หน้าแรก เศรษฐกิจ เอ็มเจ็ท ทุ่ม...

เอ็มเจ็ท ทุ่มงบ 17 ล้านเหรียญ รุกตลาดสิงคโปร์ ชี้นโยบายรัฐหนุนการเติบโต ปักธงเบอร์ 1 เอเชีย

21.05.24 | 15:45 น.

เอ็มเจ็ท ทุ่มงบ 17 ล้านเหรียญ รุกตลาดสิงคโปร์ ชี้นโยบายรัฐหนุนการเติบโต ปักธงเบอร์ 1 เอเชีย


เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นายณัฏฐภัทร สีบุญเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด (MJets) ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวและการบินส่วนบุคคลครบวงจร เปิดเผยว่า เอ็มเจ็ทได้ประกาศเข้าลงทุนในบริษัท วิงส์โอเวอร์เอเชีย จำกัด (WingsOverAsia) บริษัทผู้ให้บริการเครื่องบินส่วนตัวสัญชาติสิงคโปร์ ด้วยงบประมาณ 17 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยการลงทุนในครั้งนี้จะทำให้เอ็มเจ็ทสามารถขยายเครือข่ายการให้บริการไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศในเอเชียได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น สอดรับปัจจัยบวกจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องบินส่วนตัวในภูมิภาคดังกล่าวที่พบว่ามีความต้องการสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยการลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นแผนการลงทุนในระยะยาวเพื่อให้เอ็มเจ็ทสามารถพัฒนาธุรกิจสู่ตำแหน่งผู้นำในระดับโลก ตั้งเป้าหมายขยายการดำเนินธุรกิจให้ครอบคลุมทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในปี 2569 จากนั้นการขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในเอเชียจะไม่ไกลเกินฝัน สะท้อนจากการร่วมมือกับพันธมิตรที่เกิดขึ้นทั้งที่ประกาศแล้ว รวมถึงอยู่ในแผนการดำเนินการที่เตรียมพร้อมประกาศความร่วมมือในระยะถัดไป

“การลงทุนในประเทศไทยเพื่อเพิ่มศักยภาพของธุรกิจ เอ็มเจ็ทมีศูนย์บริการอากาศยานส่วนบุคคลครบวงจร (เอสบีโอ) อยู่ที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งถือว่าเป็นฮับของเอ็มเจ็ทอยู่แล้ว ทำให้การลงทุนเพิ่มเติมก็จะเน้นดอนเมืองเป็นหลัก เพราะติดเงื่อนไขเรื่องปัจจัยเฉพาะของลูกค้า อาทิ เวลาในการเดินทางมา หากไปลงทุนในสนามบินอื่นอาจไม่ได้ตอบโจทย์ปัจจัยส่วนนี้ จึงอยากลงทุนในกรุงเทพฯ หรือสนามบินใกล้กรุงเทพฯมากกว่า โดยเชื่อว่าศักยภาพของประเทศไทยมีมากพอที่จะเดินตามเป้าหมายนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในการเป็นฮับการบินด้วย” นายณัฏฐภัทรกล่าว

Advertisement

ศก.ซึมแต่ธุรกิจขยับมากขึ้น

นายณัฏฐภัทรกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในภาพรวมพบการเติบโตชะลอตัวลง สะท้อนจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยจีดีพีไตรมาส 1/2567 ที่ขยายตัวเพียง 1.5% เท่านั้น ทำให้ภาพรวมตลาดอาจดูซึมตัวลง ธุรกิจอาจไม่มีกิจกรรมมากเหมือนช่วงปกติ แต่เอ็มเจ็ทมองว่าภาคเอกชนจะมีการขยับขยายเดินทางเพื่อเพิ่มช่องในการเติบโตของธุรกิจมากขึ้น ทิศทางไตรมาส 3-4 ปี 2567 นี้ จึงในมุมบวกมากกว่า โดยเฉพาะการเดินทางเพื่อทำธุรกิจ เพราะธุรกิจไม่มีการหยุดนิ่งอยู่แล้ว ซึ่งลูกค้าของเราส่วนใหญ่ 90% ก็เป็นการบินเพื่อทำธุรกิจ มีเพียง 10% เท่านั้นที่เป็นการบินตามไลฟ์สไตล์ รวมทั้งยังเห็นมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนจากรัฐบาล นำโดยนายกฯที่ประชาสัมพันธ์ด้านการลงทุนเป็นหลัก โดยผู้บริหารระดับโลกที่เข้ามาในไทย ก็ใช้บริการผ่านการบินส่วนตัวของเอ็มเจ็ทด้วย

ณัฏฐภัทร สีบุญเรือง

ชูธุรกิจการบินครบวงจร

นายณัฏฐภัทรกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2550 บริษัทเห็นศักยภาพและช่องว่างการเติบโตของธุรกิจการบินส่วนบุคคลในประเทศไทย จึงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการสร้างศูนย์บริการอากาศยานส่วนบุคคลครบวงจร (เอฟบีโอ) แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งได้รับการโหวตให้เป็นเอฟบีโอที่ดีที่สุดในเอเชียต่อเนื่องกันถึง 9 ปีโดย Aviation International News (AIN) ปัจจุบันเอ็มเจ็ทให้บริการใน 7 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.บริการเครื่องบินเช่าเหมาลำ ได้แก่เครื่องบินรุ่น Cessna Citation Bravo จำนวน 2 ลำ Cessna Citation X 1 ลำ Gulfstream GV 1 ลำ และเครื่องบินลำล่าสุด Gulfstream G550 1 ลำ ที่ใช้เวลารวดเร็วกว่า 10-15% เทียบกับการบินพาณิชย์ปกติ 2.บริการเครื่องบินพยาบาล 3.การบริหารเครื่องบิน 4.บริการอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคลพร้อมห้องรับรองพิเศษ 5.บริการซ่อมบำรุงเครื่องบิน 6.บริหารธุรกิจการบินส่วนบุคคลและการบริการภาคพื้นแบบครบวงจร และ 7.บริการให้คำปรึกษาและดำเนินการซื้อขายเครื่องบิน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่และครบวงจรที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังขยายกิจการธุรกิจการบินส่วนบุคคลไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ประเทศอินเดีย เมียนมา และกัมพูชา

นายณัฏฐภัทรกล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อนโควิด-19 ธุรกิจเติบโตแบบสูงสุดในช่วงปี 2565 หลังโควิดคลายตัว นักธุรกิจต้องการออกเดินทางเพื่อธุรกิจมากขึ้น แต่สนามบินและสายการบินยังไม่กลับเข้าสู่จุดเดิม ทำให้ความต้องการบินแบบส่วนตัวมีเพิ่มขึ้น สัดส่วนลูกค้าแบ่งเป็นต่างชาติ 80% คนไทย 20% โดยต่างชาติปรับสัดส่วนขึ้นมาจากเดิมอยู่ที่ 70% ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนไทยลดลง แต่เป็นการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการ (ดีมานด์) มากกว่าเดิม

นายวิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค เจ้าของร่วมและกรรมการบริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่า แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจเครื่องบินเจ็ทและการบินส่วนบุคคลในเอเชียที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อ้างอิงจากการคาดการณ์ขององค์กรวิจัยการตลาด Mordor Intelligence ที่วิเคราะห์อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ของอุตสาหกรรมดังกล่าวที่ 14.36% ซึ่งคาดว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นจาก 463.39 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2567 สู่ 906.39 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2572 จากการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการเพิ่มของลูกค้ากลุ่มสินทรัพย์สูงและสูงพิเศษ ที่แสวงหาประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับ และการจัดกิจกรรมทางธุรกิจอย่างการประชุม มหกรรม หรือการพูดคุยระหว่างองค์กรในภูมิภาคดังกล่าวมากขึ้น ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญ ทำให้เอ็มเจ็ทตั้งเป้าเพิ่มการลงทุนและขยายเครือข่ายการบินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งในปีนี้และในอนาคต เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมการบินส่วนบุคคล พร้อมผลักดันให้องค์กรบรรลุเป้าหมายการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านเครื่องบินส่วนตัวครบวงจรระดับเวิลด์คลาส อันดับ 1 ของเอเชียได้สำเร็จ

วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค