‘สุชาติ ชมกลิ่น’ ขันนอต สนค. มอบ 5 นโยบาย ‘ตัวจริงดันส่งออก’

22.05.24 | 12:17 น.
‘สุชาติ ชมกลิ่น’ขันนอต สนค. มอบ5นโยบาย‘ตัวจริงดันส่งออก’

สําหรับสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ภายใต้กระทรวงพาณิชย์นั้น ถือได้ว่าเป็นคลังสมอง ด้วยภารกิจหลัก ทำสำรวจ วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลในทุกมิติ ที่เราๆ จะรู้จักดี คือตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) กับตัวเลขสถิติการส่งออกและนำเข้าของประเทศ ที่มีการออกเผยแพร่ประจำทุกเดือน

โดยก่อนหน้านี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวไว้ว่า กำลังให้หน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ ที่ทำเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ไม่แค่เผยแพร่ แต่ต้องการให้เป็นหน่วยงานที่สามารถใช้ข้อมูลนั้น ในการประมวลกับการวางแผนงานของภาครัฐ และภาคเอกชน โดยเป็นการทำงานเชิงรุก เป็นการบ้านที่หน่วยงานต้องไปทำ และวัดผลกันภายใน 3-6 เดือนจากนี้

ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ภายหลังรับมอบให้กำกับดูแล สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ดังนั้น ในต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายในการทำงานให้แก่คณะผู้บริหารสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)

“ให้ สนค.เร่งผลักดันการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ เจาะลึกการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเชิงรุกด้านเศรษฐกิจการค้าที่มุ่งเพิ่มมูลค่าและขยายตลาดส่งออก รวมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบทางการค้าใหม่ๆ ทั้งความเสี่ยงและโอกาส เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบ ปรับตัวเพื่อแสวงหาโอกาส ตลอดจนยกระดับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน”

โดยนโยบายสำคัญที่ให้ไว้ มี 5 ด้าน ประกอบด้วย

Advertisement

ด้านที่ 1 : ยึดแนวทางปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์และเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
โดยเร่งขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงาน ยึดแนวทางตามนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และช่วยสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานปฏิบัติอื่นๆ ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงภาคเอกชน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจการค้าบรรลุผลสำเร็จ สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนและสร้างประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านที่ 2 : วิเคราะห์แนวทางการผลักดันการส่งออก “สินค้าระดับรอง” สู่การส่งออกที่เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันการส่งออกในแต่ละหมวด ยังกระจุกตัวอยู่แค่บางสินค้าเท่านั้น ทำให้การส่งออกของไทยที่ผ่านมา ไม่สามารถขยายตัวได้อย่างเต็มศักยภาพ จึงจำเป็นต้องผลักดันสินค้าศักยภาพที่จะเป็นสินค้าระดับรอง ซึ่งเป็นสินค้าที่ยังมีมูลค่าส่งออกน้อย แต่กลัเป็นสินค้าที่เติบโตได้ดีมาตลอด มีความต้องการจากตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มในตัวได้ เช่น สินค้าเกษตร ยังมีศักยภาพในการส่งออกกาแฟ กล้วยไม้ สารสกัดจากสมุนไพร เป็นต้น สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ยังมีศักยภาพที่จะส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากข้าว ผักผลไม้กระป๋อง ผักผลไม้แปรรูป น้ำผลไม้/น้ำผัก ไอศกรีม คราฟต์ช็อกโกแลต เป็นต้น ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกของธุรกิจชาวต่างชาติ แต่ยังมีสินค้าของธุรกิจคนไทยที่ควรส่งเสริมให้มีศักยภาพ เช่น เครื่องประดับ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ บำรุงผิว เครื่องใช้ในครัวเรือน ของตกแต่ง ฯลฯ ให้ สนค.ศึกษาแนวทาง หรือกลยุทธ์การผลักดันสินค้าระดับรอง เพื่อทำให้การส่งออกยังสามารถเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ต่อไป

ด้านที่ 3 : เจาะลึกการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเชิงรุกให้สอดคล้องและทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน
สนค.มีการศึกษาและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านเศรษฐกิจการค้า ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญช่วยสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภายในกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนอื่นๆ ผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชนทั่วไป ใช้เป็นข้อมูลและแนวทางประกอบการกำหนดนโยบายและมาตรการเพื่อปฏิบัติงานของภาครัฐ และการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของภาคเอกชน ทั้งนี้ ให้ สนค.มุ่งเน้นเจาะลึกการศึกษาและวิเคราะห์เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงรุก รวมทั้งศึกษาผลกระทบต่างๆ ให้สอดคล้องและเท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน และเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของภาคธุรกิจและประชาชนเพื่อสร้างและขยายโอกาสทางการค้า และพร้อมรับมือความเสี่ยงจากผลกระทบได้อย่างทันท่วงที

ด้านที่ 4 : เสริมแกร่ง “SMEs-เกษตรกร” เฟ้นหาตัวจริงดันส่งออก และใช้นวัตกรรมภาคเกษตร
เพื่อกระจายรายได้และความเจริญทางเศรษฐกิจ ต้องสนับสนุน SMEs ให้มีบทบาทในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มขึ้น โดยให้ สนค.ศึกษาแนวทางการส่งเสริม SMEs ท้องถิ่นในระดับจังหวัดและชุมชน เพื่อพัฒนาให้สามารถส่งออกได้มากขึ้น โดยอาจใช้กลไกพาณิชย์จังหวัดร่วมมือกับหน่วยงานระดับพื้นที่ เฟ้นหา SMEs ตัวจริง เพื่อจับคู่ธุรกิจแบบตัวต่อตัว (B2B) กับคู่ค้าและผู้นำเข้าที่มีศักยภาพ ผลักดันการส่งออกสินค้าชุมชน สินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น และสินค้า GI สู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ขอให้ศึกษาแนวทางการสร้างและพัฒนานวัตกรรม (Innovation) ด้านการเกษตร ที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ รวมถึงเครื่องมือและเทคโนโลยีการผลิตเชิงอุตสาหกรรมการเกษตร เพื่อพลิกโฉมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม สู่เกษตรนวัตกรรม ทั้งหมดนี้ มุ่งหวังให้ SMEs ไทย แข่งขันได้ในตลาดโลก และเพื่อให้เกษตรกรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ด้านที่ 5 : ยกระดับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน
ให้ สนค.ยกระดับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก โดยเฉพาะกระทรวงที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและปากท้องของประชาชน อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือและการสนับสนุนด้านวิชาการ และการเผยแพร่ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการค้าที่เป็นประโยชน์ เพื่อชี้นำทิศทางเศรษฐกิจการค้าไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความซ้ำซ้อนของปฏิบัติงาน ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่สอดประสานกันตามนโยบายภาพใหญ่ของรัฐบาล

การประกอบธุรกิจการค้าในยุคนี้มีความท้าทายอย่างยิ่ง ต้องเผชิญกับประเด็นหรือปัจจัยใหม่ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางการค้าแบบพลวัต มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแทบจะตลอดเวลา และจะมีความซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากถูกยึดโยงด้วยปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกันจากหลากหลายมิติความสัมพันธ์

ดังนั้น การนำนโยบายสำคัญทั้ง 5 ด้าน ไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ และช่วยสนับสนุนทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถกำหนดนโยบาย และมาตรการที่เป็นแนวทางการปฏิบัติ และวางแผนการดำเนินกิจกรรมด้านเศรษฐกิจการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ขอให้คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรของ สนค. ในฐานะหน่วยงานวิชาการที่เป็นมันสมอง (Think Tank) ของกระทรวงพาณิชย์ รับมอบนโยบายเพื่อนำไปปฏิบัติ ร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตามนโยบายของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อย่างเต็มความสามารถ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป” นายสุชาติกล่าวทิ้งท้าย