ทองคำไทยเข้าสู่ขาลงระยะสั้น หลังร่วงกว่า 850 บาทใน 2 วัน
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการฝ่ายบริหารกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาทองคำ ทิศทางเป็นขาลงระยะสั้น หลังจากราคาทองคำโลกมีการปรับราคาลงกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือลบ 5% ในช่วงเพียง 2 วันทำการ ทำให้ราคาทองคำไทยลดลงรวมกว่า 850 บาทต่อบาททองคำเช่นกัน โดยสาเหตุหลักมาจากความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดดอกเบี้ยจำนวนน้อยลงและช้ากว่าเดิม เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงร้อนแรง ทำให้ภาวะเงินเฟ้อยังไม่สามารถปรับลดลงได้ตามที่เฟดต้องการ รวมถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้น แม้ยังเป็นการแข็งค่าที่ไม่ได้มากนักก็ตาม โดยการปรับลดลงของทองคำ เหมือนการลงตกหลุมอากาศ เพราะเป็นการปรับลดลงแบบเหนือความคาดหมาย ทำให้นักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวัง รอบคอบ ใกล้ชิดกับตลาดในการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น
นายแพทย์กฤชรัตน์กล่าวว่า นักลงทุนทั่วไป บริเวณ 2,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือ 40,000 บาทถ้วน สามารถซื้อเก็บสะสมได้ แต่นักลงทุนเทรดดิ้ง หรือนักเก็งกำไร ต้องกลับมาพิจารณาอีกครั้งว่าทองคำเข้าสู่แนวโน้มขาลงหรือไม่ โดยในระยะสั้นถือเป็นขาลงแล้ว เนื่องจากหลุดแนวรับระยะสั้นลงมาแล้ว ซึ่งในระยะกลางหากปรับลดลงหลุด 2,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ จะเข้าสู่ขาลง ต้องเป็นการปรับราคาลงต่อเนื่อง 7-10 วัน จึงจะเข้าสู่ขาลงในระยะกลาง ซึ่งนักลงทุนต้องจับจังหวะให้ดี เพื่อวิเคราะห์ให้ได้ว่าทองคำเป็นขาลงแบบสมบูรณ์แล้วหรือไม่
“หากราคาทองคำหลุดระดับ 2,280 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ อันนี้โอกาสที่ทองคำไทยจะหลุด 4 หมื่นบาทต่อบาททองคำยังมีอยู่ แต่หากเป็นการปรับราคาลงแล้ววิ่งไซด์เวย์ อาจไม่หลุดระดับ 4 หมื่นลงมา ซึ่งส่วนตัวมองว่าแม้มีการปรับราคาลง แต่ก็อาจไม่ได้หลุดลงไปลึกมากนัก โดยบริเวณ 2,250 เหรียญสหัฐต่อออนซ์ หรือเงินไทยที่ประมาณ 39,900 บาทต่อบาททองคำ อาจจะเป็นระดับที่ราคาทองคำลงไปแตะได้ หากเงินบาทอ่อนค่าลงกว่านี้” นายแพทย์กฤชรัตน์กล่าว
นายแพทย์กฤชรัตน์กล่าวว่า การอ่อนค่าของเงินบาท เป็นผลจากปัจจัยแวดล้อมจากสภาพตลาด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของรัฐบาล โดยเป็นเพราะดอลลาร์แข็ง ทำให้เงินบาทอ่อน แต่ยังอยู่ในกรอบ 36 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ไม่ได้ขึ้นไปแตะระดับ 37 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่หากในระยะยาว รัฐบาลกู้เงินมาใช้โครงการดิจิทัลวอลเล็ต สร้างหนี้เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อเงินบาทแน่นอน โดยน้ำหนักความเชื่อมั่นระหว่างปัจจัยในประเทศและปัจจัยต่างประเทศ จะพิจารณาผลกระทบที่ส่งผลต่อเงินบาทมากกว่า หากเงินบาทถูกกระทบจนปรับอ่อนค่าลงถึง 38 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อันนี้ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำอย่างแน่นอย

