มติ ‘กบน.’ขึ้นดีเซลอีก50สต.มีผลวันนี้ ‘ภูมิธรรม’เคาะกฎประมูลข้าว 10 ปี ส่งให้อสส.ตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ร่างข้อกำหนดเงื่อนไข (ทีโออาร์) ประมูลข้าวหอมมะลิอายุประมาณ 10 ปีของรัฐล็อตสุดท้ายที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่เพื่อให้เกิดความรัดกุมและถูกต้องจะส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบและอาจเพิ่มเติมบางประเด็นอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยภายเดือนมิถุนายนนี้ จากนั้น อคส.จะประกาศเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลข้าวค้างเก่าแบบเหมาโกดังทั้งหมด ผู้ที่ชนะประมูลจะนำข้าวล็อตนี้ไปดำเนินการอย่างไร เป็นเรื่องที่เอกชนจะไปดำเนินการ ถือว่าหมดภาระที่รัฐบาลชุดนี้ดูแลข้าวล็อตนี้แล้ว
นายภูมิธรรมกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่ามีเอกชนหลายรายที่สนใจจะเข้าร่วมประมูล โดยผู้ชนะการประมูลสามารถจะนำข้าวไปส่งออก หรือขายในประเทศก็ได้ โดยจะพิจารณาผู้เสนอราคาข้าวแบบยกโกดังสูงสุดก่อนและจัดลำดับไว้ และหากช่วงก่อนทำสัญญาซื้อขายข้าว ผู้เสนอราคาสูงสุดถอนประมูลและไม่ขอทำสัญญาให้เลื่อนรายถัดไปขึ้นมาแทน แต่ผู้ประมูลรายแรกจะต้องยอมจ่ายชดเชยส่วนต่างเพิ่มเติมให้กับรายที่ 2 เช่น รายแรกมีการให้ราคาข้าว 15 บาทต่อกิโลกรัม รายที่ 2 ให้ราคา 14 บาทต่อกิโลกรัม รายแรกจะต้องจ่ายเพิ่มเติมให้กับรายที่ 2 กิโลกรัมละ 1 บาท จะทำให้ภาครัฐได้ราคาข้าว 15 บาทต่อกิโลกรัม
“เบื้องต้นแม้จะยังไม่สามารถกำหนดราคาข้าวล็อตนี้ออกมาว่าควรจะเป็นเท่าไร แต่ยังเชื่อว่าราคาน่าจะอยู่ที่ 15 บาทต่อกิโลกรัม หากขายหมดทั้ง 2 โกดังในจำนวน 15,000 ตัน เท่ากับจะมีเม็ดเงินกลับเข้ารัฐได้ไม่ต่ำกว่า 200-400 ล้านบาท” นายภูมิธรรมกล่าว
ขณะที่ นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีรายจ่ายน้อยลงแต่ยังขาดสภาพคล่อง ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าควรมีการเสริมสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต ขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังมีความผันผวนต่อเนื่อง กบน.จึงมีมติลดอัตราเงินชดเชยประเภทน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาและน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 จาก 1.94 บาท/ลิตร เป็น 1.40 บาท/ลิตร เพื่อให้กองทุนน้ำมันมีรายจ่ายประเภทน้ำมันดีเซลลดลงประมาณวันละ 38.32 ล้านบาท จากวันละ 136.70 ล้านบาท เป็น 98.38 ล้านบาท การลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันประเภทดีเซลในครั้งนี้ส่งผลให้ราคาขายปลีกประเภทน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 0.50 บาท/ลิตร เป็น 32.44 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป

