นายคณิสสร์ ศรีวชิระปะภา ประธาน บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ผู้ชนะการประมูลโครงการจัดหารถโดยสารใช้ก๊าชธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (รถเมล์เอ็นจีวี) ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า อยากเร่งรัดให้กรมศุลกากร ซึ่งตรวจสอบข้อมูลเอกสารรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (ฟอร์ม ดี)จากมาเลเซีย ให้โชว์หลักฐานผลการตรวจสอบว่ามีข้อจริงเท็จประการใด หากต้องใช้เวลานานเพื่อพิสูจน์หรือสรุปผล ก็ควรหามาตรการบรรเทาความเสียหายแก่ทุกฝ่าย ทั้งบริษัทนำเข้ารถ บริษัทผู้ซื้อรถ และ ขสมก. จึงเรียกร้องให้มีหน่วยงานอิสระเข้ามามีส่วนร่วมตรงนี้
“ทั้งบริษัท และสาธารณชนต่างก็อยากเห็นหลักฐานของกรมศุลกากรที่สงสัยว่ารถเมล์เอ็นจีวีดังกล่าวไม่ได้มีถิ่นกำเนิดสินค้าจากมาเลเซีย ก็อยากถามว่ากรมศุลกากรทำตามกฎหมายในการตรวจสอบแล้วหรือยัง หากผลการตรวจสอบพบมีการสำแดงเอกสารในการนำเข้าเป็นเท็จจริง ทางบริษัทก็พร้อมจะจ่ายภาษีนำเข้าสินค้า 40% หรือประมาณ 600 ล้านบาท และจะดำเนินการฟ้องร้องบริษัทผู้นำเข้ารถ ที่นำหลักฐานเป็นเท็จ รวมทั้งฟ้องผู้ผลิต และผู้ออกเอกสารฟอร์มดีซึ่งคือทางการมาเลเซีย”นายคณิสสร์กล่าว และว่า ยืนยันว่าการดำเนินการส่งมอบรถบริษัทอิงตามหนังสือฟอร์มดี หากต้องการถอนสิทธิ์ฟอร์มดี จะต้องมีการแจ้งให้เลขาธิการอาเซียนทราบ เพราะหากไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่ประเทศสมาชิกได้ร่วมกันไว้อาจก่อให้เกิดความบาดหมางระหว่างประเทศ และส่วนที่บริษัทได้เปิดเผยว่าในช่วงที่ผ่านมามีการต่อเติมแก้ไขข้อความในใบขนส่งสินค้าขาเข้า เป็นเหตุให้ ขสมก.ไม่กล้าตรวจรับรถเมล์ เรื่องนี้ทางบริษัทได้ดำเนินการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
“รถมีถิ่นกำเนิดจากประเทศใดไม่สำคัญเท่ากับมีเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรบางกลุ่มที่จะพยายามฝ่าฝืน ระเบียบปฏิบัติที่กรมศุลกากรวางไว้ พยายามขัดขวางการนำรถออก การปลอมแปลงแก้ไขเอกสาร นำเอกสารที่ปลอมแปลงแก้ไข จนบริษัทเป็นจำเลยสังคม และพยายามกล่าวหาให้บริษัทต้องรับโทษหนักขึ้น ยืนยันว่าบริษัทไม่มีหน้าที่หาหลักฐาน โดยเฉพาะภาพถ่ายโรงงานผลิตที่ประเทศมาเลเซียเพราะหน้าที่ในการตรวจสอบเป็นหน้าที่กรมศุลกากรเท่านั้น”นายคณิสสร์กล่าว
นายคณิสสร์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือยกเลิกสัญญาการส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีทั้ง 489 คัน จาก ขสมก. หาก ขสมก. ยกเลิกสัญญาก็ต้องพิจารณาเหตุผล หากเป็นความผิดของบริษัทฯก็ยอมรับ แต่หากยกเลิกจากเหตุสุดวิสัย มีผู้อยู่เบื้องหลัง บริษัทก็จะเรียกร้องความเสียหายจากคนที่ทำให้บริษัทเสียหาย อยากให้มีเอารถเมล์เอ็นจีวีออกมาให้ประชาชนใช้บริการก่อน ควบคู่ไปกับกระบวนการสอบสวน
นายคณิสสร์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ศาลจังหวัดพัทยาได้รับฟ้องคดีอาญา ซึ่งมีบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ผู้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเจ้าหน้ากรมศุลกากรและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจรับรถ รวม 7 คน ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ โดยศาลนัดไต่สวนรอบแรกวันที่ 24 เมษายนนี้ ส่วนการฟ้องคดีทางแพ่ง ขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่ เนื่องจากเบสท์ริน เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทซุปเปอร์ซาร่าด้วย
นายคณิสสร์ กล่าวว่า สำหรับจำเลย 7 คน ที่มีการฟ้องร้อง ได้แก่ 1.นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร 2.นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร 3.นายกิตติ สุทธิสัมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง 4.นายธีระชาติ อินทริง นักวิชาการศุลกากรชำนาญการศุลกากร5.นายวิฑูรย์ อาจารียวุฒิ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ สังกัดฝ่ายสืบสวนและปราบปราม 6.นายยงยุทธ ทองสุข อดีตรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และ7. นายปิติณัช ศรีธรา หัวหน้าฝ่ายควบคุมทางศุลกากร
นายปัญญ์ เกษมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายกรมศุลกากรและที่ปรึกษากฎหมาย กล่าวว่า การฟ้องร้องเจ้าที่ปฏิบัตหน้าที่โดยมิชอบ มีเรื่องหลัก คือ การปลอมแปลงเอกสารใบส่งสินค้านำเข้า และการใช้ดุลยพินิจเกินอำนาจกฎหมายให้ไว้

