หน้าแรก เศรษฐกิจ รัฐ-เอกชน เปิ...

รัฐ-เอกชน เปิดเงื่อนไขใหม่ เดินหน้า ‘ไฮสปีด 3 สนามบิน’ 2 แสนล้าน

27.05.24 | 23:51 น.

รัฐ-เอกชน เปิดเงื่อนไขใหม่ เดินหน้า ‘ไฮสปีด 3 สนามบิน’ 2 แสนล้าน

นับจากวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ที่เริ่มจรดปากกาเซ็นสัญญาร่วมทุน มาถึงปัจจุบันร่วม 5 ปี ที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. วงเงิน 224,544 ล้านบาท มีบริษัท เอเชียเอราวัน จำกัด (กลุ่มซี.พี.) เป็นคู่สัญญารับสัมปทาน 50 ปี ยังไม่ได้เริ่มงานก่อสร้าง

ล่าสุดโครงการเริ่มขยับ เพื่อนำไปสู่การเดินหน้าโครงการให้ได้ไปต่อ หลังล่าช้ามานานหลายปี

“อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง” รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 คณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. มีมติเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยรับทราบหลักการแก้ไขปัญหาโครงการจากผลกระทบโควิดและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตามที่รฟท. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และเอเชียเอราวัน หารือร่วมกัน จะแก้ไขสัญญาร่วมทุนฯ ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์และให้โครงการเดินหน้าต่อ

“การแก้ไขหลักการของสัญญา ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี มีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ คือ นำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารสัญญา คณะกรรมการกำกับสัญญา สกพอ. คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และคณะรัฐมนตรี คาดว่าใช้เวลาอย่างน้อย 4 เดือน จึงนำไปสู่การแก้ไขสัญญาได้ ภายใต้หลักการรัฐไม่เสียผลประโยชน์และเอกชนไม่ได้รับผลประโยชน์มากเกินไป” นายอนันต์กล่าว

Advertisement

นายอนันต์ กล่าวว่า รายละเอียดการแก้ไขสัญญา ประกอบด้วย 1. ให้เอกชนผ่อนชำระค่าสิทธิร่วมลงทุนโครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ วงเงิน 10,671 ล้านบาท รวมดอกเบี้ยและค่าเสียโอกาสอีก 1,060 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 11,717.09 ล้านบาท โดยผ่อนจ่าย 7 งวด โดยงวดที่ 1-6 ชำระงวดละ 10% งวดที่ 7 จะชำระส่วนที่เหลือพร้อมดอกเบี้ย เริ่มงวดแรกหลังแก้สัญญาแล้วเสร็จ

2.ปรับเงื่อนไขการจ่ายเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการ จำนวน 119,425 ล้านบาทเร็วขึ้น เป็นเดือนที่ 18 นับจากออก NTP เริ่มงานก่อสร้าง จากเดิมจ่ายหลังสร้างเสร็จเปิดเดินรถแล้ว หรือตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นระยะเวลา 10 ปี เนื่องจากมีวิกฤตโควิด-19 สงครามรัสเซียกับยูเครน และวิกฤตของระบบสถาบันการเงินทั่วโลกส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น บริษัทไม่สามารถหาเงินกู้ได้ จึงเสนอแก้ไข ปรับการจ่ายเงินเป็นสร้างไปจ่ายไป

3.เพิ่มเงื่อนไขให้เอกชนวางหนังสือค้ำประกันหรือแบงก์การันตีใน 2 ส่วน รวมกว่า 1.2 แสนล้านบาท แยกเป็น 1.ค่าสิทธิร่วมลงทุนแอร์พอร์ตลิงก์ 10,671.09 ล้านบาท เพื่อเป็นการยืนยันการแบ่งจ่ายค่างวดผ่อนชำระ ซึ่งเมื่อเอกชนจ่ายงวดแรก 1,067 ล้านบาท จะเหลือวงเงินแบงก์การันตีประมาณ 9,600 ล้านบาท และ 2 .แบงก์การันตี ในส่วนของเงินร่วมลงทุน 119,425 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อให้ความมั่นใจว่าเอกชนจะดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จ

“โดยเอกชนต้องวางแบงก์การันตีภายใน 270 วันหรือ 9 เดือน หลังลงนามแก้ไขสัญญา ส่วนเงื่อนไขต้องขอส่งเสริมการลงทุนกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ก่อนนั้น ได้ตัดออกจากสัญญาร่วมทุนแล้ว ขณะที่งานก่อสร้างช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ทับซ้อนกับรถไฟไทย-จีน ทางเอกชนพร้อมก่อสร้างฐานรากตอม่อ และโครงสร้างทางวิ่งให้ คาดว่าจะออกNTP ให้เริ่มงานก่อสร้างโครงการได้ในปี 2567 นี้ ใช้เวลาสร้าง 5 ปี เสร็จปี 2572 ซึ่งขณะนี้รถไฟมีความพร้อมส่งมอบพื้นที่ให้ 100% แล้ว” นายอนันต์กล่าว

รายงานข่าวจาก บริษัท เอเชียเอราวัน จำกัด กล่าวว่า หลังรัฐปรับแก้ไขสัญญาให้ใหม่ จะทำให้สามารถหาแหล่งเงินลงทุน รวมถึงแบงก์การันตีกว่า 1.2 แสนล้านบาทได้ โดยเชื่อว่าธนาคารจะให้การสนับสนุน เพราะรัฐการันตีแล้วว่าจะจ่ายเงินให้กับโครงการในระหว่างการก่อสร้าง ทำให้โครงการมีความเสี่ยงน้อยลง และเมื่อครม.อนุมัติร่างสัญญาที่ปรับแก้ใหม่ จะนำไปสู่การก่อสร้างได้ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้มีการลงทุนไปแล้วบางส่วนทั้งงานโยธารถไฟความเร็วและปรับปรุงแอร์พอร์ตลิงก์

คงต้องลุ้นการเดิมพันอีกครั้งของกลุ่มซี.พี.จะฉลุยหรือไม่