หน้าแรก เศรษฐกิจ ทอท.สปีดลงทุน...

ทอท.สปีดลงทุนขยาย ‘ดอนเมืองเฟส3’ ยกระดับสู่ ‘ฮับการบิน’ ภายในประเทศ

28.05.24 | 22:39 น.

ทอท.สปีดลงทุนขยาย ‘ดอนเมืองเฟส3’ ยกระดับสู่ ‘ฮับการบิน’ ภายในประเทศ

วันที่ 28 พฤษภาคม นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. เปิดเผยว่า ทอท.ได้จัดประชุมการรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 งานสำรวจและออกแบบโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ระยะที่ 3 เพื่อระดมความเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปประกอบการออกแบบโครงการให้มีความเหมาะสม
มีผู้แทนหน่วยงานจากภาครัฐ บริษัทสายการบิน ผู้ประกอบการให้บริการภาคพื้น ผู้ประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ และผู้ให้บริการด้านขนส่งกว่า 200 คนร่วมการประชุม

นายกีรติกล่าวว่า โครงการพัฒนาสนามบินดอนเมืองระยะที่ 3 เป็นหนึ่งโครงการสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจในประเทศและระหว่างประเทศ ตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการบินของโลก (Aviation Hub) เชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศ และเชื่อมต่อการเดินทางแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงนโยบาย “คมนาคมเพื่อความอุดมสุขของประชาชน” ของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งอย่างไร้รอยต่อ เพื่อรองรับการเติบโตด้านการคมนาคมทางอากาศ และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต

นายกีรติกล่าวว่า โครงการได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ด้วยวงเงินลงทุนรวม 36,829 ล้านบาท เพื่อเพิ่ม
ขีดความสามารถของท่าอากาศยานให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 40 ล้านคนต่อปี และสามารถบริหารจัดการได้ถึง 50 ล้านคนต่อปี โดยจะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ (International Terminal) บริเวณด้านทิศใต้ของสนามบิน มีพื้นที่ใช้สอยประมาณกว่า 166,000 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศได้สูงสุด 23 ล้านคนต่อปี คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2572

Advertisement

นายกีรติกล่าวว่า จากนั้นจะปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการผู้โดยสารภายในประเทศ ร่วมกับอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 สามารถรองรับผู้โดยสารภายในประเทศได้สูงสุด 27 ล้านคนต่อปี รวมพื้นที่ใช้สอยมากถึง 240,000 ตารางเมตร คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2574 ซึ่งจะทำให้สนามบินดอนเมืองมีพื้นที่รองรับผู้โดยสารรวมกว่า 400,000 ตารางเมตร และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการบินเพื่อรองรับการเดินทางภายในประเทศได้อย่างเต็มรูปแบบ

“ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดโครงการฯ คาดว่าจะออกแบบแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2567 และจะเริ่มดำเนินงานก่อสร้างระหว่างปี 2568 – 2574”นายกีรติ กล่าว

นายกีรติกล่าวว่า การประชุมฯ ครั้งนี้ ทุกฝ่ายได้ร่วมแสดงความคิดเห็น รวมถึงข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ซึ่งทอท.ได้รวบรวมทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการออกแบบโครงการให้มีความเหมาะสม ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาต่างๆ ที่สำคัญ และเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสนามบินดอนเมืองให้มีบทบาททางยุทธศาสตร์เป็น “ท่าอากาศยานที่รวดเร็วและสะดวกสบาย” หรือ “Fast and Hassle-free Airport” เพื่อเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาคธุรกิจการบินของประเทศต่อไป