หน้าแรก เศรษฐกิจ ผอ.การท่าอากา...

ผอ.การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแจงเหตุเที่ยวบินบางกอกแอร์เวย์งดบิน ขู่เอาผิด 2 ผู้โดยสาร

21.02.16 | 19:57 น.

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 12.45 น.วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 ศูนย์รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สายการบินบางกอกแอร์เวย์สว่า ผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางมาด้วยกันทั้งหมด 4 ท่าน มีการสนทนาที่ทำให้นักบินจำเป็นต้องพิจารณาขอใช้แผนฉุกเฉิน กรณีการขู่วางระเบิดอากาศยาน (Bomb threat on aircraft) บนอากาศยานเที่ยวบิน PG 924 เส้นทางกรุงเทพฯ – ภูเก็ต ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เวลา 12.30 น. พร้อมด้วยผู้โดยสาร 156 คนและลูกเรือ 8 คน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงระหว่างที่ผู้โดยสารกำลังเก็บสัมภาระติดตัวบนอากาศยาน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ กัปตันเครื่องบินลำดังกล่าวจึงตัดสินใจระงับเที่ยวบินเป็นการชั่วคราวและนำเครื่องเข้าจอดที่หลุมจอด Isolate Parking เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ ทสภ. จึงได้มีการประกาศใช้แผนฉุกเฉิน บทที่ 9 กรณีการขู่วางระเบิดอากาศยาน (Bomb threat on aircraft) และจัดส่งเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ฝ่ายรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย รวมทั้งเจ้าหน้าที่แพทย์เข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการตามแผนฉุกเฉินโดยทันที โดยได้มีการนำผู้โดยสารลงจากเครื่องบินเพื่อไปตรวจค้นร่างกาย และนำสัมภาระของผู้โดยสารลงจากเครื่องเพื่อนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ ทสภ. จะแจ้งความคืบหน้าเหตุการณ์ดังกล่าวให้ทราบต่อไป

รายงานข่าวจากสายการบินบางกอกแอร์แจ้งว่าหลังจากกัปตันตัดสินใจไม่ขึ้นบิน สายการบินได้ขอให้ผู้โดยสารทั้ง 156 คน ลงจากเครื่องเพื่อไปยังอาคารสนามบิน รวมทั้งสั่งให้ขนกระเป๋าสัมภาระบนเครื่องทั้งหมดลงจากเครื่องเพื่อนำไปที่อาคารผู้โดยสาร
โดยท่าอากาศยานได้ขอตรวจค้นสัมภาระผู้โดยสารและกระเป๋าสัมภาระทั่งหมดของเที่ยวบินดังกล่าวใหม่อีกครั้งรวมทั้งตรวจความปลอดภัยบนเครื่องบิน จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดปกติในตัวผู้โดยสารและในกระเป๋าสัมภาระ กัปตันจึงตัดสินใจนำเครื่องขึ้นทำการบินอีกครั้งโดยออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลาประมาณ 18:00 น.

“ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ เนื่องจาก แอร์โฮสเตสได้ยกกระเป๋าของผู้โดยสาร เพื่อเก็บเข้าชั้นวางบนศีรษะของผู้โดยสาร แต่ผู้โดยสารได้พูดเชิงหยอกล้อกับแอร์โฮสเตสว่าระวังระเบิด ทำให้แอร์โฮสเตสต้องแจ้งกัปตัน และกัปตันประกาศใช้แผนฉุกเฉินตามระเบียบรักษาความปลอดภัย ให้ระงับเที่ยวบินดังกล่าว จากนั้นทางท่าอากาศยานได้คัดกรองผู้โดยสาร 4 ท่านเพื่อตรวจกระเป๋าว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ ส่วนที่เหลือได้จัดอาหารพร้อมเครื่องดื่มดูแลจนถึงเวลาเดินทาง ซึ่งผู้โดยสารทั้งหมดเข้าใจถึงสถานการณ์และชื่นชมการทำงานของบริษัท”รายงานข่าวระบุ

นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า ได้รับแจ้งแล้วสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่สายการบอกแอร์เวย์ต้องแจ้งความกับตำรวจ และดำเนินคดีกับบุคคลที่ทำให้เกิดความเสียหายครั้งนี้ ซึ่งการกระทำของบุคคลดังกล่าวมีความผิดตามกฏหมายความผิดบางประการต่อการเดิน อากาศต้องถูกจำคุก 5 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องดังกล่าวหากพูดระหว่างที่เครื่องบินยังไม่ขึ้นจำคุก 5 ปีปรับไม่เกิน 200,000 บาท แต่ถ้าเครื่องบินขึ้นแล้วอัตราโทษจะสูงขึ้นอีก เป็นจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 15 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 500,000 บาท ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558

ต่อมาเมื่อเวลา 19.00 น.นายศิโรตม์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า หลังตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่า ไม่มีวัตถุต้องสงสัยที่เป็นวัตถุระเบิดแต่อย่างใด และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ได้นำผู้โดยสารขึ้นเครื่องเวลาประมาณ 18.00 น. โดยทำการบินด้วยเที่ยวบินเดิมและเดินทางไปยังท่าอากาศยานภูเก็ตต่อไป สำหรับสาเหตุในครั้งนี้ทราบว่าเป็นผู้โดยสารชายชาวไทย 2 ใน 4 คน ที่เดินทางมาด้วยกันมีการสนทนาที่มีคำพูดเกี่ยวกับการระเบิดในขณะที่กำลังเก็บสัมภาระส่วนตัวบนเครื่อง ซึ่งในขณะนี้ ผู้โดยสารทั้ง 2 คน ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวและสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

นายศิโรตม์ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ฉุกเฉินในครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย สืบเนื่องจากการปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินของ ทสภ. ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งจากส่วนงานภายใน ทสภ. เจ้าหน้าที่สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้ปฏิบัติงานทุกหน่วยงานมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในการปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินของท่าอากาศยาน หากเกิดกรณีมีการขู่วางระเบิดอากาศยาน ทุกหน่วยสามารถประสานการปฏิบัติงานแบบบูรณาการได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถคลี่คลายสถานการณ์ดังกล่าวได้ในเวลาอันรวดเร็ว และกระทบต่อการให้บริการของท่าอากาศยานน้อยที่สุด ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ลูกเรือ และอากาศยานเป็นสำคัญ