เข้าฟังทีโออาร์ระบายข้าวเก่า 10 ปี เงียบเหงา กลุ่มโรงสีอีสานห่วงกระแสโจมตีด้อยค่าข้าวไทย
ที่กระทรวงพาณิชย์ นายวิชัย ศรีนวกุล นายกสมาคมโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยภายหลังเข้ารับฟังการชี้แจงหลักเกณฑ์(ทีโออาร์)การเปิดประมูลข้าวหอมมะลิของภาครัฐ 1.5 หมื่นตัน ว่า ได้มาฟังคำชี้แจงการระบายข้าว ตามที่องค์การคลังสินค้า(อคส.)ส่งหนังสือเชิญตามที่เชิญสมาคมและผู้ประกอบการต่างๆ ซึ่งในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ อคส.เปิดให้ตรวจข้าวในคลัง โดยยังไม่อาจระบุได้ว่าสนใจหรือไม่สนใจ ต้องตรวจสอบหลายปัจจัย และหากข้าวเป็นไปตามที่กระทรวงพาณิชย์นำเสนอและตรวจสอบคุณภาพข้าวแล้ว เป็นข้าวใช้ได้ ไม่ได้เน่าหรือเสีย ก็เชื่อว่าจะมีผู้สนใจเข้าประมูลพอสมควร
” เรื่องคุณภาพข้าว กระทรวงพาณิชย์ก็ได้มีการส่งตรวจแล้ว ว่าบริโภคได้ ดังนั้น ผู้บริโภคไม่ต้องกังวล แต่อาจติดในเรื่องสีของข้าว ซึ่งโดยปกติการนำข้าวมาบรรจุถุงหรือแปรรูปอะไร ก็ต้องการผ่านกระบวนสีข้าวและปรับปรุงคุณภาพซึ่งมีมาตรฐานที่กำหนดไว้อยู่แล้ว ถ้าไทยบริโภคได้ต่างประเทศก็บริโภคได้เหมือนกัน ส่วนตัวผมว่าควรใช้โอกาสนี้สร้างการรับรู้ถึงการจัดเก็บข้าว ที่เก็บในคลังมาตรฐานยังคงสภาพข้าวได้นาน 10 ปี ซึ่งในปัจจุบันหรืออนาคตที่มีภัยธรรมชาติ อาจต้องเก็บข้าวไว้นาน 5-6 ปีโดยไม่เสียหาย วันใดเจอวิกฤตอะไรอาจต้องเก็บสต็อกนานหลายปี ไทยเราทำได้ จะเป็นดีต่อตลาดข้าวไทยด้วย ที่ต้องติดตามคือเมื่อมีการระบายข้าวและมีผู้ประมูลไปแล้ว จะถูกมองว่าเป็นผู้ประกอบการนั้นอย่างไร และมีผลต่อภาพพจน์ของเอกชนนั้นมั้ย เรื่องนี้เขากังวลกันมากกว่า กังวลกระแสโซเชียล อย่างที่พิสูจน์ข้าวเก็บ 10ปี แม้ตรวจแล้วแต่ก็ยังมีการออกมาพูดด้อยค่า ทางอ้อมส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ข้าวไทยเอง เรื่องการเก็บข้าวครั้งนี้ น่าจะเป็นกรณีศึกษาและต่อยอดในอนาคต ” นายวิชัย กล่าว
นายวิชัย กล่าวต่อว่า สำหรับราคาไม่อาจระบุได้ว่าจะได้ 15 บาทต่อกิโลกรัม หรือ เกินนั้น ต้องดูหลายองค์ประกอบ การตรวจต้องตรวจทางกายภาพและและทางเคมีของผู้ประกอบการ เพราะผู้ประกอบการทุกรายจะมีวิธีการไปตรวจอยู่แล้ว ข้าวที่คงสภาพและเป็นเมล็ดไม่ได้โดนน้ำไม่เกิดเชื้อรามีฝุ่นบ้างเพราะข้าวถึงแม้จะเป็นข้าวหมากเราเก็บไว้ที่บ้านเองทุกท่านจะเห็นว่าอยู่ในถุงก็ยังมีฝุ่นเล็กๆออกมาถ้าใครปล่อยให้มอดแมลงเข้าไปอยู่บ้างจะมีกลิ่นแมลงกลิ่นสาบบ้างเล็กน้อย อันนี้อยู่มาหลายปี อาจจะมีอีกแบบนึงการที่ข้าวทุกอย่างเป็นข้าวสารที่เค้าเอาไปปรับปรุงเข้ากระบวนการเครื่องขัดสีใหม่ขัดผิวออกใหม่เพื่อให้กลิ่นหายออกเป็นกระบวนการวิธีการทำอยู่แล้ว ซึ่งสารเคมีไม่ได้ซึมเข้าไปในตัวของเมล็ดอะไรมากมาย เพราะข้าวความชื้นแค่ 11% แล้วความชื้นข้าวที่เก็บไว้ขณะนี้ไม่ใช่ที่ 15- 16% ข้าวสารไม่มีเก็บความชื้นที่ 16% ผมว่าเชื้อราอัลฟ่าทอกซิน พวกนี้ขึ้นกับอาหารที่เป็นโปรตีน เช่น ถั่วข้าวโพด แต่ในคาร์โบไฮเดรตแป้งเชื้อรา มีโอกาสขึ้นน้อยมาก เพราะความชื้นไม่มากไม่ได้โดนน้ำถ้าโดนน้ำ จะมีอัลฟ่าทอกซิน แต่คราวนี้อยู่ในสภาพโกดังจากภาพก็ไม่ได้เปียกน้ำ ปัจจุบันผู้ประกอบการที่บรรจุเข้าลงถุงจะมีเครื่องจักรในการคัดแยกข้าวเม็ดดีไม่เสียออกแม้แต่เม็ดข้าวมีจุดดำมีเชื้อราเครื่องก็ยังสามารถคัดแยกออกได้เลยปัจจุบันเพราะมีความละเอียดมากในการคัดแยกอยู่แล้ว เราจะเห็นข่าวทั่วไปไม่มีจุดดำแล้วไม่มีสิ่งเจือปนอะไรในคราบสีที่แตกต่างกันขาวและเหลืองเข้มก็แยกออกแทบจะไม่มีผลกันแต่ข้าวที่เป็นข้าวเก่าอาจมีสีสันที่เปลี่ยนไปตามสภาพของอายุและเหลืองเสมอการอ่อนอ่อนซึ่งเราไม่ได้ผลเพราะเป็นข้าวเสียเพราะข้าเป็นเมล็ดก็บริโภคหุงกินได้
” ข้าวอาจจะร่วงมากตลาด อาจจะไม่ต้องการขนาดนี้เค้าจะไปผสมอีกตัวเป็นเรื่องข้าวมีการผสมกันตลอดเวลาอยู่แล้วว่าจะเอาตัวไหนผสมเพื่อให้คุณภาพออกมาได้ดีตนว่าไม่เห็นจำเป็นต้องระบุเท่าที่บริโภคทุกวันนี้อาจมีข้าวที่ปีสองปี เขาก็ไม่ได้ระบุกันแต่ผู้ซื้อและผู้ขายจะระบุไปว่าเป็นข้าวเก่ารั่วระดับไหนปานกลางขนาดไหน จากกรณีนี้ข้าวเก็บได้ 10 ปีน่าจะศึกษาข้อเท็จจริงและไปดูสภาพที่แท้จริงซึ่งตนคิดว่าผู้ประกอบการบางท่านที่ไปดูแล้วก็เล่าให้ตนฟังว่าสภาพข้าวยังอยู่ในสภาพที่ดีอยู่แต่เพียงแค่สีสันเปลี่ยนเป็นเรื่องปกติเพราะเราไม่ได้เก็บในอุณหภูมิถ้าเข้าเก็บในอุณหภูมิห้องเย็นที่ 15 หรือ 18 องศา ตลอดเวลา ข้าวจะไม่เปลี่ยนสภาพแต่ค่าใช้จ่ายจะสูงบ้านเราเก็บข้าวในลักษณะอุณหภูมิที่สูงและยังอยู่ได้สภาพออกมาขนาดนี้ได้ตลาดมีความต้องการหลากหลายคราวนี้ก็เป็นอีกตลาดหนึ่งมีกลุ่มที่บริโภคอีกกลุ่มก็ไม่บริโภคการที่จะไปบอกว่าข้าวใช้ไม่ได้ไม่น่าจะถูกต้อง ต้องช่วยกันดูเพื่อให้คุณภาพของเข้าไทยอาจไม่มีประเทศอื่นมีข้าวสต๊อกเยอะราคาตลาดต้องการก็ได้ แม้แต่ข้าวทางเพศไม่ว่าบาสมัติเค้าก็เก็บปีสองปีสามปีเราก็ไม่ทราบออกสีเหลืองเหลืองเหลืองเราก็ไม่ทราบข้าวสีขาวและการตลาดผู้ประกอบการจะรู้เองว่าที่ไหนต้องการข้าวแบบไหน ” นายวิชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชี้แจงทีโออาร์ ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ค่อนข้างเงียบเหงา มีผู้เข้ารับฟังค่อนข้างน้อย โดยส่วนหนึ่งแจงกับอคส.ว่าจะเป็นการลงไปดูในคลังสินค้าวันที่ 31 พฤษภาคมนี้เลย เพราะวิตกว่าเป็นที่จับตามองจากสื่อมวลชนและทุกฝ่ายด้วย

