หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยกรุ๊ป เล็ง...

ไทยกรุ๊ป เล็งออกแพคเกจที่พักผู้สูงวัย พร้อมคุ้มครองสุขภาพยาว 99 ปี เฟสแรก 100 ยูนิต

29.05.24 | 20:28 น.

ไทยกรุ๊ป เล็งออกแพคเกจ ที่พักผู้สูงวัย พร้อมคุ้มครองสุขภาพยาว 99 ปี เฟสแรก 100 ยูนิต


เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนงานของไทยกรุ๊ป มีทั้งการต่อยอดธุรกิจจากบริษัทในเครือ และการพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ ที่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และความต้องการที่เปลี่ยนไป โดยธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจประกันชีวิต ผ่านบริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ธุรกิจประกันวินาศภัย ผ่านบริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) และธุรกิจการเงิน ผ่านบริษัท อาคเนย์แคปปิตอล จำกัด ผู้ให้บริการรถเช่าเพื่อธุรกิจมากว่า 27 ปี และธุรกิจจำหน่ายรถมือสอง ผ่าน บริษัท รถดีเด็ด ออโต้ จำกัด ซึ่งในส่วนของธุรกิจประกันชีวิต เป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของรายได้ไทยกรุ๊ป และมีเบี้ยรวมรับประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาดในอุตสาหกรรมประกันชีวิตอันดับ 11 จากตลาดรวมที่มีมูลค่าประมาณ 6 แสนล้านบาท ขณะที่ธุรกิจประกันภัย เป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของรายได้รวม หรือ มีเบี้ยรับรวมประมาณ 6 พันล้านบาท

นายโชติพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนธุรกิจให้เช่ารถเพื่อธุรกิจ ปัจจุบันมีรถชนิดต่างๆให้องค์กรรัฐและเอกชนประมาณ 2.3 หมื่นคัน จำนวนกว่า 800 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่ 55% เป็นองค์กรเอกชน ที่เหลือเป็นหน่วยงานรัฐ ระยะสัญญาเช่า 4-5 ปี ซึ่งทางบริษัท อาคเนย์แคปปิตอล จำกัด กำลังขยายการให้บริการเช่ารถ กับบุคคลทั่วไปและเป็นการเช่าระยะสั้น 7-30 วัน เฉลี่ยค่าเช่า 1,000 บาทต่อวัน หลังจากเริ่มให้บริการมาระยะหนึ่ง ได้รับการตอบรับอย่างดีกับบุคคลทั่วไปเพื่อใช้ในการเดินทางทั่วไป การท่องเที่ยว และเริ่มเห็นการเช่ารถกระบะเพื่อทำการค้า เริ่มจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้ กำลังศึกษาขยายไปต่างจังหวัดเมืองท่องเที่ยว โดยทางบริษัทฯตั้งเป้าปีแรกนี้มียอดเช่าเกิน 1,000 คัน ขณะเดียวกันธุรกิจจำหน่ายรถมือสอง ผ่าน บริษัท รถดีเด็ด ออโต้ จำกัด มีการขยายตัวที่ดีเช่นกัน ซึ่งเป็นการนำรถที่ให้เช่าออกจำหน่ายเฉลี่ยปีละ 5 พันคัน หรือ 400-500 คันต่อเดือน ซึ่งขณะนี้มีรถคงค้างเพื่อระบายประมาณ 1,000 คัน ซึ่งธุรกิจรถมือสองในปัจจุบันค่อนข้างเหนื่อย ด้วยจำนวนรถมือสองรอขายในตลาดค่อนข้างสูงและสะสมมาตั้งแต่โควิดระบาด อีกทั้งบางส่วนหันไปซื้อและใช้รถไฟฟ้า(อีวี) แม้รถอีวีจะยังติดในเรื่องสถานีชาร์จ แต่ในอนาคตเชื่อว่าจะมีการขยายมากขึ้น ซึ่งในส่วนของธุรกิจลีสซิ่ง ยังมีแผนจะมีต่อยอด เช่น โครงการบ้านมือสอง รับคืนรับซื้อบ้านที่ลูกค้าไม่สามารถผ่อนหรือต้องการเปลี่ยนบ้าน อาจเป็นจำหน่ายในแบบสินเชื่อเพื่อสวัสดิการเพื่อคนต้องการมีบ้านและติดในเรื่องการเข้าถึงแหล่งกู้

” กำลังมีแนวคิดพัฒนาธุรกิจเพื่อรองรับผู้สูงวัย โดยการจัดทำแพคเกจขายบ้านพักอาศัยที่ออกแบบเพื่อผู้สูงวัย พร้อมกับประกันเหมาจ่ายครั้งเดียว คุ้มครองการรักษาพยาบาลถึงอายุ 99 ปี ซึ่งผู้สูงวัยที่อาจไม่มีคนดูแล มีบ้านเดิมแต่ต้องการหาที่พักที่เหมาะ อาจขายแล้วมาซื้อบ้านในโครงการที่เราจะทำ มีการออกแบบที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิต กำลังเจรจากับโรงพยาบาลรัฐร่วมมือในการให้บริการผู้สูงวัยในโครงการที่มีการรับเรื่องดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เบื้องต้นแพคเกจน่าจะเริ่มที่ 4-6 ล้านบาท อาจมีทั้งที่พักแบบคอนโดมีเนียมและบ้านเดี่ยว เฟสแรกกำหนด 100 ยูนิตก่อน คาดจะเปิดตัวได้ภายในปีนี้ ในอนาคตกระแสเฮลตี้( healthy)และ เวลท์ (wealth) มีความสำคัญและต้องการต่อเนื่อง ดังนั้นการพัฒนาธุรกิจเพื่อรองรับก็จะมีตามไปด้วย ” นายโชติพัฒน์ กล่าว

Advertisement

นายโชติพัฒน์ กล่าวต่อว่า ทิศทางไทยกรุ๊ป ใน3-5 ปีข้างหน้า ธุรกิจประกันก็ยังเป็นสัดส่วนหลัก โดยเน้นการเพิ่มสัดส่วนในอุตสาหกรรม เช่น ประกันชีวิต คาดเป้าเพิ่มเบี้ยรับรวมเกิน 2.2 หมื่นล้านบาท ประกัยภัย เพิ่มเบี้ยรับเกิน 1 หมื่นล้านบาท ส่วนธุรกิจให้เช่ารถก็ยังควบคุมระดับไม่เกิน 2.5 หมื่นคัน