พณ.ดันซอฟต์พาวเวอร์สมุนไพรไทย ในงานไทยเฟ็กซ์ คาด 5 วัน โกยกว่า 70 ล้าน
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าคัด 20 ผู้ประกอบการสมุนไพร ภายใต้โครงการ DBD SMART Local HERB เข้าร่วมงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2024 ณ เมืองทองธานี ระหว่าง 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายนนี้ ณ Hall 9 บูท GG01 โดยแบ่งเป็นผู้ประกอบการเครื่องดื่ม 6 ราย เครื่องปรุงรส 5 ราย อาหารว่าง 5 ราย เครื่องแกง 2 ราย และเครื่องเทศ 2 ราย คาดตลอดการจัดงาน 5 วัน จะสร้างมูลค่าการค้าให้ผู้ประกอบการทั้ง 20 ราย ไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท ทั้งยอดขายภายในงานและคำสั่งซื้อของคู่ค้าในอนาคตอีกหลายเท่าตัว จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการเกิดการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้มีคุณค่าและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ตอกย้ำจุดแข็งความได้เปรียบด้านความหลากหลายของสมุนไพรไทยให้เด่นชัดและความสามารถในการแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างดี พร้อมผลักดันให้เป็นอีกหนึ่ง ซอฟท์ พาวเวอร์ สร้างรายได้เข้าประเทศ

นางอรมน กล่าวต่อว่า ไฮไลท์สำคัญนอกจากการแสดง/จำหน่ายสินค้า และเจรจาธุรกิจกับนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เข้าร่วมงานของผู้ประกอบการ 20 รายแล้ว ยังมีการสาธิตโชว์ทำอาหารและเครื่องดื่มจากสมุนไพร โดยนำวัตถุดิบจากผู้ประกอบการ DBD SMART Local HERB และสมุนไพรอื่นๆ ที่เข้าร่วมงานฯ มาเป็นส่วนประกอบการนำเสนอเมนูอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่แปลกใหม่ ให้ชาวต่างชาติและผู้เข้าร่วมงานได้ลิ้มชิมรส แสดงสรรพคุณอันหลากหลายของสมุนไพรไทยมีประโยชน์ทั้งดูแลรักษาสุขภาพและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันผ่านอาหารและเครื่องดื่มที่เป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่มีความสำคัญของชีวิต เข้าคอนเซป ‘อิ่มอร่อยรักษาสุขภาพ’ ตอกย้ำนโยบายอาหารไทย อาหารโลก และจุดประกายแนวคิดเปิดมุมมองใหม่ให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจ Health & Wellness ที่ไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะในประเทศไทย

นางอรมน กล่าวต่อว่า สมุนไพรไทยกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ในรูปแบบตำรับยาแผนโบราณ สารสกัด/วัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอาง โดยได้รับอานิสงส์จากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ตอบรับกระแสความนิยมในการใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพ ความตื่นตัวในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุดิบจากธรรมชาติหรือกระบวนการผลิตที่รักสิ่งแวดล้อม และการให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากกว่าการรักษา รวมทั้งปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เช่น การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แนวโน้มการบริโภคอาหารแห่งอนาคตที่เพิ่มมากขึ้น และการเติบโตของธุรกิจรักสุขภาพและการออกกำลังกาย

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบธุรกิจผลิตและแปรรูปสมุนไพร 1,327 ราย ทุนจดทะเบียน 9,885 ล้านบาท นิติบุคคลส่วนใหญ่จัดตั้งในรูปแบบบริษัทจำกัด 1,201 ราย หรือสัดส่วน 90.50% ของจำนวนการจดทะเบียนธุรกิจผลิตและแปรรูปสมุนไพรทั้งหมด โดยปี 2567 มีการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 68 ราย ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการจัดตั้งธุรกิจเพิ่มขึ้น คือ ผู้บริโภคตื่นตัวนำสมุนไพรไทย มาใช้ดูแลตนเองและรักษาโรคมากขึ้น





