บิ๊กซี ท็อปส์ ช่วยคนไทยตรึงค่าครองชีพ จัดลด ล็อกราคาสินค้ายาวถึงปีหน้า
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บิ๊กซีต่อยอดความสำเร็จจากแคมเปญ “มหกรรมดึงราคา” ที่ใช้มาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 เพื่อสร้างความจดจำด้านราคาให้กับลูกค้า ล่าสุดส่งแคมเปญใหญ่ “บิ๊กซี มหกรรมดึงราคา ผนึกกำลังถูกจริง” ผนึกกำลังกับพันธมิตรกว่า 150 แบรนด์ดัง จัดโปรโมชั่นสุดคุ้มลดราคาสินค้าต่อเนื่องตลอดทั้งปี ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.2567 ถึงวันที่ 5 มิ.ย.2568 เพื่อช่วยลูกค้าลดภาระค่าครองชีพ พร้อมการันตีความประหยัดที่สุดที่บิ๊กซี โดยคัดสรรสินค้าของกินของใช้ประจำวัน สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ครอบคลุมทุกหมวดหมู่มากกว่า 20,000 รายการ อาทิ ข้าวสาร น้ำมันพืช เครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำยาล้างจาน เป็นต้น นำมาจัดโปรโมชั่นลดราคาแบบจัดหนักเพื่อมอบความสุขให้กับลูกค้า
นายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า แคมเปญล็อกราคา หรือ Tops LOCKED PRICE เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการสร้างประสบการณ์ด้านราคาให้กับลูกค้า โดยได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายที่เติบโตกว่าสองดิจิต และยังพบว่าช่วยประหยัดค่าครองชีพให้คนไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18% ต่อปี ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในช่วงที่ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่าย จากความกังวลที่มีต่อค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงสินค้าราคาประหยัด คุ้มค่า คุ้มราคา แต่ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ความคุ้มค่าที่จะได้รับ

“ท็อปส์จึงได้สานต่อความสำเร็จของแคมเปญล็อกราคาอีกครั้ง ส่งมอบความคุ้มจัดประหยัดจริงยิ่งกว่าเดิม ด้วยการพัฒนากลยุทธ์แคมเปญให้สามารถตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและตรงใจที่สุด สำหรับปีนี้นับเป็นปีที่ 5 ที่ท็อปส์ได้นำแคมเปญ Tops LOCKED PRICE กลับมาอีกครั้งพร้อมความคุ้มค่ายิ่งกว่าที่เคย ภายใต้แนวคิด Every Day DISCOVERY ผ่านแกนไฮไลต์ 3 ล็อก ได้แก่ ล็อกที่ 1 ล็อกสินค้าเยอะกว่าเดิม ล็อกที่ 2 ล็อกหลากหลายกว่าเดิม และล็อกที่ 3 ล็อกราคามั่นใจกว่าเดิม รวมระยะเวลาแคมเปญนานถึง 1 ปี ตั้งแต่วันนี้-27 พฤษภาคม 2568” นายจักรกฤษณ์กล่าว



