บิ๊กอสังหาชี้ไร้สัญญาณศก.ฟื้น หนุนคลัง ล้างประวัติหนี้เสียติดเครดิตบูโร ปลุกชีพ LTF
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2567 สถานการณ์ยังไม่ดีจริงๆ รัฐบาลก็พยายามบูสต์แต่ก็ช้า รวมถึงมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่รัฐบาลคาดหวังจะกระตุ้นเศรษฐกิจอีกแรง ยังไม่ส่งผลมากนัก ด้วยภาวะเศรษฐกิจและตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่ธนาคารยังเข้มงวดการปล่อยกู้ ไม่ใช่เฉพาะภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยังรวมถึงธุรกิจทั่วไปด้วย เนื่องจากกลัวเกิดหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลเพิ่ม ดังนั้นในช่วงเวลาที่เหลือถึงปลายปีนี้ จึงพึ่งการลงทุนจากงบประมาณภาครัฐและการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโต
“เห็นด้วยกับรัฐบาลที่ขยายเวลาวีซ่าฟรีให้กับ 93 ประเทศ ให้สามารถพำนักในประเทศไทยได้ยาวถึง 60 วัน เพราะเป็นมาตรการที่ได้ได้เร็ว สำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ เมื่อหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขต่างๆผ่อนคลาย จะทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น”นายอิสระกล่าว
นายอิสระกล่าวว่า นอกจากนี้ยังเห็นด้วยกับแนวคิดของนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่จะแก้เกณฑ์ลดระยะเวลาการเก็บประวัติการชำระหนี้ที่เครติดบูโรกำหนดไว้ 3 ปี เพื่อให้ลูกหนี้ที่มีการผ่อนชำระและเป็นหนี้ดีแล้ว สามารถไปยื่นขอกู้สินเชื่อก้อนใหม่เพื่อมาดำเนินการธุรกิจต่อได้ หรือไปขอกู้ซื้อทรัพย์สินอื่นๆได้ เช่น ที่อยู่อาศัย เป็นต้น
นายอิสระกล่าวว่า โดยมองว่าควรลดเวลาจาก 3 ปี เหลือ 1 ปี และอาจจะทดลองเป็นการชั่วคราวดู ซึ่งสามารถดำเนินการได้ในทันที เนื่องจากเป็นการหลักเกณฑ์เพิ่มเติม แต่ถ้าหากออกมาแล้วไม่ส่งผลดี เกิดหนี้เสียเพิ่มขึ้น ก็สามารถกลับไปใช้เกณฑ์เดิมได้ ถ้ารัฐผลักดันมาตรการนี้ออกมาได้ จะส่งผลดีต่อทุกประเภทธุรกิจทั้งเอสเอ็มอี อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ และยังเห็นด้วยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะฟื้นนำกองทุนรวมหุ้นระยะยาวหรือLTF สำหรับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีกลับมาใช้อีกครั้ง เพราะจะจูงใจให้คนนำเงินออกมาใช้ในระบบเศรษฐกิจ และเข้ามาตลาดทุนมากขึ้น
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า เห็นด้วยกับกรณีที่นายพิชัย มีแนวคิดจะลดระยะเวลาการเก็บประวัติเครดิตบูโรลง เนื่องจากจะช่วยคนที่มีภาระการเงินล้มละลายติดเครดิตอยู่ และเคยเป็นหนี้เสียมาก่อน แต่เมื่อสามารถชำระหนี้ไปได้จนกลายเป็นหนี้ดี จะทำให้สามารถไปขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้และเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ง่าย ซึ่งมาตรการนี้หากออกมาได้ จะส่งผลดีต่อทุกคน ไม่ใช่เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ ยังรวมถึงธุรกิจเอสเอ็มอีและรถยนต์ด้วย

