หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนวอนรัฐปล...

เอกชนวอนรัฐปลดล็อกเพิ่มเที่ยวบินอินเดีย-ไทย หลังสัญญาณท่องเที่ยวโตพุ่ง

4.06.24 | 05:24 น.

เอกชนวอนรัฐปลดล็อกเพิ่มเที่ยวบินอินเดีย-ไทย หลังสัญญาณท่องเที่ยวโตพุ่ง

นายวันฒนชัย ชาตรีรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เจไออี ทัวร์ และกรรมการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า แนวโน้มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากข้อมูลแพลตฟอร์ม Airbnb ช่วงเทศกาลวันหยุดของอินเดีย มีชาวอินเดียค้นหาที่พักในประเทศไทยบนแพลตฟอร์ม Airbnb เพิ่มขึ้นมากกว่า 200% โดยมีจุดหมายปลายทางยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ และเกาะสมุย โดยมองว่ารัฐบาลควรสนับสนุนในเรื่องการเพิ่มเส้นทางการบินและเที่ยวบินจากอินเดียเข้ามามากขึ้น เพราะจากข้อมูลพบว่า เที่ยวบินระหว่างอินเดียและไทย ยังติดอุปสรรคในเรื่องสิทธิการบิน ทำให้จำนวนเที่ยวบินมีไม่เพียงพอกับความต้องการ (ดีมานด์) ซึ่งหากเพิ่มเที่ยวบินได้มากขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียจะโตได้สูงกว่านี้อีกมาก


นายวันฒนชัย กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หากสามารถเจรจากับอินเดีย และนำเที่ยวบินจากเมืองรองของอินเดีย ที่มีศักยภาพสูงเทียบเท่าเมืองหลักของอินเดียเข้ามาไทยมากขึ้นได้ จะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหลังจากมีการการขยายระยะเวลาการยกเว้นการตรวจลงตรา หรือวีซ่าฟรี ให้แก่นักท่องเที่ยวอินเดียเป็นการชั่วคราวออกไปอีก 6 เดือน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม – 11 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งเรามองว่าหากททท. หรือรัฐบาลเข้าไปเจรจาร่วมกับรัฐบาลอินเดีย ความเป็นไปได้ในการเพิ่มเที่ยวบินมีสูงมาก รวมถึงหากรัฐบาลร่วมมือกับเอกชนในการเข้าไปเจรจา จะเพิ่มความเชื่อมั่นมากขึ้น ในแง่ของสายการบินว่า หากทำการบินเข้ามาเพิ่มจำนวนมากขึ้น เที่ยวบินจะเต็มอัตราการบรรทุกตามที่ตกลงไว้แน่นอน ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดการร่วมมือระหว่างกันมากขึ้นได้

นายวันฒนชัย กล่าวว่า เมืองหลักของอินเดีย อย่างมุมไบ นิวเดลี บังคาลอร์ โกลกาตา เมืองเหล่านี้เข้ามาเที่ยวไทยจำนวนมากอยู่แล้ว จึงอยากให้ไปประชาสัมพันธ์ในเมืองรองของอินเดียเพิ่มเติม อาทิ โคชิน เพราะมีเที่ยวบินเข้ามา และมีศักยภาพสูง เพียงแต่ยังไม่มีการเข้าไปประชาสัมพันธ์ทำความรู้จักกันมากเท่าที่ควร ซึ่งตลาดที่มีความน่าสนใจในอินเดีย เป็นตลาดไมซ์ หรือการท่องเที่ยวเชิงประชุมสัมมนา ที่มีการเติบโตสูงมากอย่างต่อเนื่อง แต่เรายังเข้าไปทำอะไรไม่มากนัก

นายวันฒนชัย กล่าวว่า ความน่าสนใจอีกส่วน เป็นกลุ่มคู่รัก ฮันนีมูน ที่นิยมเข้ามาจัดในประเทศไทย โดยการจัดงานแต่งงานแต่ละครั้ง มีผู้เข้าร่วมงานขั้นต่ำ 300 คน ค่าใช้จ่ายแต่ละงานไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไปด้วย ทำให้รัฐบาลควรส่งเสริมสนับสนุนมากขึ้น เพราะปลายทางส่วนใหญ่ที่นิยมจัดงานแต่งหรือฮันนีมูน เป็นหัวหิน ภูเก็ต และเขาหลักเท่านั้น ควรเพิ่มจุดหมายปลายทางในการจัดงานเหล่านี้ได้มากขึ้น เพราะประเทศไทยมีศักยภาพอยู่แล้ว โดยฤดูกาล (ซีซั่น) ที่ชาวอินเดียนิยมจัดงานแต่งงานหรือฮันนีมูน เป็นช่วงเดือนตุลาคม ถึงมีนาคม เป็นช่วงที่มากที่สุด หากรัฐบาลเดินหน้าสนับสนุนตอนนี้ จะทันช่วงพีกของซีซั่นพอดี

Advertisement

“รัฐบาลสามารถร่วมมือกับเอกชน อย่างแอตต้าเข้าไปส่งเสริมในการให้ความรู้กับโรงแรมให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันมีโรงแรมจำนวนมากที่มีศักยภาพ แต่อาจมีชุดความรู้ไม่มากพอ อาทิ ปราณบุรี ที่สามารถจัดงานแต่งชาวอินเดียได้ เพราะมีที่พักจำนวนมาก ขนาดใหญ่ อยู่ติดชายหาด แต่ยังไม่มีความรู้เรื่องอาหาร วัฒนธรรม หรือการจัดการ หากรัฐสนับสนุนงบประมาณอบรมความรู้เพิ่ม จะช่วยในภาคการท่องเที่ยวได้อีกมาก อีกปัจจัยเป็นเรื่องเศรษฐกิจกลางคืน แหล่งท่องเที่ยวช่วงเวลากลางคืนของชาวอินเดีย ที่ในเมืองรองยังไม่มีรองรับ อาทิ เชียงใหม่ นักท่องเที่ยวอินเดียสนใจเข้าไปเพิ่มมากขึ้น แต่ช่วงกลางคืนไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสมรองรับ ความน่าสนใจก็ลดลง หากมีความพร้อมเหล่านี้ จะสามารถกระจายรายได้เพิ่มขึ้น” นายวันฒนชัย กล่าว