ไทยส่งออกอัญมณี-เครื่องประดับ ไปได้สวย ฟื้นต่อเนื่อง8เดือน เม.ย.พุ่ง13.57% แต่ยังห่วงปัญหากีดกัน-ภูมิรัฐศาสตร์
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือน เมษายน 2567 มีมูลค่า 511.97 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.57% และฟื้นตัวต่อเนื่อง 8 เดือนแล้ว หากรวมทองคำ มีมูลค่า 800.61 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 36.74% ส่วนยอดรวม 4 เดือน ปี 2567 ส่งออกไม่รวมทองคำ มีมูลค่า 3,025.71 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 13.39% และหากรวมทองคำ มีมูลค่า 4,915.74 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 8.83%
“ การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไม่รวมทองคำ คงฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญของไทยฟื้นตัวดีขึ้น เงินเฟ้อลดลง การท่องเที่ยวฟื้นตัว ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น แต่ทองคำส่งออกได้ลดลง เพราะตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ราคาปรับตัวสูงขึ้นจนทำนิวไฮในเดือน เมษายน ทำให้การเก็งกำไรมีความเสี่ยง ผู้ส่งออกเลยไม่กล้าที่จะส่งออก ส่งผลให้การส่งออกไปเก็งกำไรลดลง ” นายสุเมธ กล่าว
นายสุเมธ กล่าวต่อว่า การส่งออกทองคำรวม 4 เดือน มีมูลค่า 1,890.03 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 30.61% แยกเป็นมกราคม มูลค่า 469.12 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 194.17% กุมภาพันธ์ มูลค่า 740.46 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 309.51% มีนาคม มูลค่า 391.82 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 75.02% และเมษายน มูลค่า 288.64 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 64.57%

สำหรับตลาดส่งออกสำคัญ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาด โดยฮ่องกง เพิ่ม 27.20% สหรัฐฯ เพิ่ม 11.91% อินเดีย เพิ่ม 90.33% เยอรมนี เพิ่ม 16.62% เบลเยียม เพิ่ม 69.43% อิตาลี เพิ่ม 2.31% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 2.13% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 26.54% ญี่ปุ่น เพิ่ม 5.99% แต่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลด 19.93% ในส่วนสินค้าส่งออกสำคัญ ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น โดยเครื่องประดับทอง เพิ่ม 11.76% เครื่องประดับเงิน เพิ่ม 27.37% พลอยก้อน เพิ่ม 89.02% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่ม 7.99% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพิ่ม 23.73% เพชรก้อน เพิ่ม 48.31% เพชรเจียระไน เพิ่ม 11.72% เครื่องประดับเทียม เพิ่ม 14.83% ของทำด้วยไข่มุกและรัตนชาติ เพิ่ม 33.90% ส่วนทองคำ ลด 30.61% เครื่องประดับแพลทินัม ลด 41.91%
นายสุเมธ กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออก คาดว่าจะยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะเครื่องประดับที่ไม่รวมทองคำ เพราะหลายประเทศมีดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น เงินเฟ้อปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว การท่องเที่ยวฟื้นตัว ทำให้มีแรงซื้อสินค้าในกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับเพิ่มขึ้น แต่ยังต้องจับตาเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯที่จีดีพีไตรมาสแรกต่ำกว่าที่คาด โตแค่ 1.6% จากเป้า 2.4% และยังมีความกังวลการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด ส่วนสหภาพยุโรป ไตรมาสแรกโต 0.3% ขยายตัวต่ำ การฟื้นตัวต้องใช้เวลานาน และยังมีการใช้มาตรการกีดกันทางการค้า เช่น สหรัฐฯ-จีน จะทำให้เศรษฐกิจโลกชะงัก รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังตึงเครียด โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง
นายสุเมธ กล่าวต่อว่า GIT มีข้อแนะนำผู้ประกอบการ ให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านสื่อดิจิทัล โดยเชื่อมโยงช่องทางการค้าปลีกและการค้าออนไลน์ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นและไร้รอยต่อสำหรับผู้บริโภค และต้องเชื่อมโยงข้อมูลและการดำเนินงานจากทุกช่องทางออนไลน์เข้าด้วยกัน เพราะจะทำให้สามารถวิเคราะห์แนวทางเพื่อนำมาใช้ในการทำตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนช่วยให้สามารถเข้าถึงและสร้างการรับรู้ในกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด
” การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค ทั้งรสนิยม กำลังซื้อ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างครอบคลุม ” นายสุเมธ กล่าว

