หน้าแรก เศรษฐกิจ ตลาดหุ้นกู้แผ...

ตลาดหุ้นกู้แผ่ว ติดบ่วง ดอกเบี้ยแพง สภาพคล่องฝืด ลุ้นครึ่งปีหลังดีดกลับ

6.06.24 | 11:23 น.

ตลาดหุ้นกู้แผ่ว ติดบ่วง ดอกเบี้ยแพง สภาพคล่องฝืด ลุ้นครึ่งปีหลังดีดกลับ


เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยว่า แนวโน้มภาพรวมตลาดตราสารหนี้ไทยของภาคเอกชนระยะยาวหรือหุ้นกู้ระยะยาวในปี 2567 คาดการณ์มีการออกหุ้นกู้อยู่ที่ระดับ 900,000 ล้านบาท ถึง 1 ล้านล้านบาท ซึ่งชะลอตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบจากปีที่ผ่านๆมา ที่มีการออกหุ้นกู้มูลค่าเกิน 800,000 ล้านบาท และสูงถึง 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งไตรมาสแรกปี 2567 มีการออกหุ้นกู้มูลค่า 207,000 ล้านบาท ถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2563 ที่เกิดโควิด-19 ระบาดที่มีมูลค่า 149,000 ล้านบาท และทั้งปี 2563 มีมูลค่ารวม 674,000 ล้านบาท

ดังนั้นถือว่าปีนี้ดีกว่า แต่น่าจะแย่กว่าปีทั่วไป เนื่องจากมีความกังวลอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงมีความกังวลในตลาดด้วย ทำให้ตลาดตึงตัว ออกยากและมีการกลับไปใช้เงินกู้จากสถาบันการเงินมากขึ้น ขณะเดียวกันเริ่มเห็นสถาบันการเงินเริ่มปล่อยสินเชื่อขนาดใหญ่มากขึ้นเช่นกัน

“ไตรมาสแรกปีนี้ ตลาดเงียบเหงาลงมาก จากความกังวลดอดเบี้ย ภาวะเศรษฐกิจ สภาพคล่องบริษัท ส่วนใหญ่ที่ออกจะเป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม อย่างไรก็ตามตลาดโดยรวมยังไม่น่าห่วง ยังมีความแข็งแกร่ง แม้จะมีบางกรณีมีข่าวไม่ค่อยดี ยังเห็นคนเริ่มออกกันมากขึ้น ถ้าดอกเบี้ยปรับตัวลดลง คงจะทำให้ตลาดกลับมาคึกคักมากขึ้น ตั้งแต่ครึ่งปีหลังปีนี้” นายพิพัฒน์กล่าว

Advertisement

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เผยอีกว่า แนวโน้มของตลาดหุ้นกู้ ยังเป็นตลาดที่ดี ทั้งสำหรับผู้ออกและผู้ที่จะเลือกลงทุน เนื่องจากได้ระดับอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าการไปกู้สถาบันการเงินที่ส่วนใหญ่จะให้อัตราดอกเบี้ยในอัตราลอยตัว อย่างไรก็ตามขอให้มองว่าหุ้นกู้เป็นทางเลือกหนึ่งของการลงทุนและระดมทุน

“สำหรับหุ้นกู้ที่จะครบโรลโอเวอร์มีทุกเดือน โดยเฉลี่ยมีมูลค่าอยู่ที่ 65,000-120,000 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งหุ้นกู้ไฮยีลด์มีไม่มากประมาณ 10-20% ส่วนใหญ่80-90% เป็นหุ้นกู้ในกลุ่ม Investment grade ซึ่งกลุ่มที่ครบดีลมากที่สุด เช่น กลุ่มพลังงาน กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ เป็นต้น” นายพิพัฒน์กล่าว