เสริมศักดิ์ จ่อชงงบจัดโครงการหนุนท่องเที่ยวสุดว้าว ไต่เป้าปั้นรายได้ 3.5 ล้านล้านบาท
นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากเป้าหมายสร้างรายได้การท่องเที่ยวรวมที่ 3.5 ล้านล้านบาท ของนายกรัฐมนตรี กระทรวงฯ เตรียมหารือหน่วยงานราชการเกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว อาทิ กระทรวงคมนาคม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อทบทวนแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วง 6 เดือนสุดท้ายของปี 2567 ต่อเนื่องจากช่วงโลว์ซีซั่นไปยังไฮซีซั่นอีกครั้ง เพื่อให้สามารถดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวได้ตามเป้าหมาย 3.5 ล้านล้านบาท โดยต้องทำเพิ่มอีกประมาณ 5 แสนล้านบาท จากเป้าหมายของททท. ที่ตั้งไว้ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งจะจัดทำแผนดำเนินการแล้วนำโครงการเสนอของบกลาง เพื่อใช้กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว ทั้งในตลาดไทยเที่ยวไทย และต่างชาติเที่ยวไทย ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ส่วนวงเงินงบประมาณที่จะขอเพื่อใช้อยู่ที่เท่าใดนั้น ยังต้องรอประชุมทำแผนร่วมกันก่อน จึงได้จะสามารถสรุปโครงการที่ต้องดำเนินการกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นโครงการใหม่ ไม่มีงบประมาณในการดำเนินการ โดยจะสรุปให้แล้วเสร็จในวันที่ 14 มิถุนายน 2567
นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยว ถือว่าเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ทั้งผู้ประกอบการทัวร์ สายการบิน สมาคมท่องเที่ยวถือว่ามีความสำคัญ ต่อเป้าหมายการกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งส่วนนี้กระทรวงจะหารือร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไปสู่เป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ โดยแผนและโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว จะพยายามให้ได้ข้อสรุปในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ว่าโครงการใดสามารถดำเนินการภายใต้งบประมาณปี 2567 ให้เร่งดำเนินการ ส่วนโครงการหรือแผนงานใดที่หารือกันว่าต้องดำเนินการ แต่ไม่ได้อยู่ในแผนงบประมาณปี 2567 มีจำนวนกี่โครงการ จะเร่งสรุปและรวบรวม เพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีและเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อของบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งต้องใช้งบกลางในการขับเคลื่อนต่อไป เนื่องจากหากงบที่ใช้เกิน 100 ล้านบาท ต้องขออนุมัติจากครม. แต่ไม่เกินก็ใช้ได้เลย ทำให้การหารือจนถึงขั้นตอนการของบประมาณจำเป็นต้องดำเนินการเร่งด่วนให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้ครึ่งปีหลังสามารถทำตามแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ทันที
“การท่องเที่ยวถือว่าสำคัญมากกับเศรษฐกิจไทย สามารถสร้างเม็ดเงินเข้ามาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจได้ หากมีอะไรที่ต้องทำก็ต้องทำ ถ้าเข้ามาทำงานมานั่งเฉยๆ ยอดและเป้าหมายการท่องเที่ยวจะโตได้อย่างไร โดยจะได้เห็นโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวที่ว้าวๆ ออกมาแน่นอน รวมถึงงานในด้านการกีฬา ถือว่ามีความสำคัญเช่นกัน จะเร่งให้เกิดการแข่งขันกีฬาสำคัญๆ เพื่อเป็นการต่อยอดการท่องเที่ยวของไทยให้ได้ อาทิ การแข่งขันมาราธอน เป็นต้น โดยกระทรวงจะเร่งหารือทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและการกีฬาให้เติบโตให้ได้” นายเสริมศักดิ์ กล่าว
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ผ่านไป 5 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-พฤษภาคม) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมแล้วเกือบ 15 ล้านคน สร้างรายได้ตลาดต่างประเทศประมาณ 8.4 แสนล้านบาท ยังเหลืออีก 1.46 ล้านล้านบาทที่ต้องทำเพิ่ม เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายรัฐบาล ซึ่งวางเป้ารายได้ตลาดต่างประเทศไว้ที่ 2.3 ล้านล้านบาท ส่วนรายได้ตลาดในประเทศ 1.2 ล้านล้านบาท ก็ต้องบริหารความเสี่ยงควบคู่ด้วย
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท.ได้วางนโยบายไว้ 3 แกนหลักเพื่อบรรลุเป้าหมายรายได้ที่เพิ่มขึ้นอีก 5 แสนล้านบาท ได้แก่ 1. ตลาดในประเทศ จากนโยบายของรัฐมนตรีท่องเที่ยว จำเป็นต้องทำสิ่งที่นอกเหนือจากแผนงบประมาณเดิมที่ได้มา เพราะตอนนี้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น จึงต้องกระตุ้นตลาดเพิ่มเติมจากแผนงานที่มีอยู่อีก 2. ตลาดต่างประเทศ หากต้องการนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น ต้องได้รับการสนับสนุนใดเพิ่มเติมเช่นกัน โดยสำนักงานของ ททท.ทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกล อยู่ระหว่างการจัดทำแผนงานส่งมอบให้พิจารณา และ 3. อีเวนต์ใหญ่ อาทิ มิชลินฟู้ด เฟสติวัล (Michelin Food Festival) ซึ่งจะจัดเป็นครั้งแรกในไทย และเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียต่อจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เฟสติวัล พวกคอนเสิร์ตต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ เทศกาลดนตรี ซัมเมอร์ โซนิก (Summer Sonic Bangkok 2024) ระหว่างวันที่ 24-25 สิงหาคม ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี และเทศกาลดนตรี โรลลิ่ง ลาวด์ (Rolling Loud Thailand 2024) ระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน ณ เลเจนด์ สยาม พัทยา รวมไปถึงเทศกาล หนีห่าว มันธ์ (Nihao Month) ในเดือน ตุลาคม ร่วมเฉลิมฉลองช่วงหยุดยาววันชาติจีน 1 ตุลาคม

