เช็กเลยใครเข้าข่ายรับสิทธิ หวยเกษียณ ยันผู้ประกันตน ม.33-ม.39-ขรก. อดร่วม

ส่องเงื่อนไข ‘หวยเกษียณ’ รองรับนอกเหนือผู้ถือบัตรประกันตน ระงม! หวังกองทุนอื่นยึดเป็นต้นแบบ

จากนโยบาย กระทรวงการคลัง โดย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงว่า กระทรวงการคลังพิจารณานโยบาย สลากสะสมทรัพย์เพื่อเงินออมยามเกษียณ หรืออาจเรียกสั้นๆ ว่า สลากเกษียณ หรือ หวยเกษียณ

โดยมอบให้กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ออกสลากขูดแบบดิจิทัล ใบละ 50 บาท เพื่อขายให้กับสมาชิก กอช. ผู้ประกันตน ม.40 และแรงงานนอกระบบ (กลุ่มเป้าหมายจะเพิ่มเติมภายหลัง) ซื้อได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน สามารถซื้อสลากได้ทุกวัน แต่ออกรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ผู้ถูกรางวัลจะได้เงินรางวัลทันที โดยที่เงินค่าซื้อสลากถูกเก็บเป็นเงินออม แม้ว่าจะถูกรางวัลหรือไม่ก็ตาม

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ส่วนรางวัล ได้แก่ รางวัลที่ 1 จำนวน 1 ล้านบาท จำนวน 5 รางวัล และรางวัลที่ 2 จำนวน 1,000 บาท จำนวน 10,000 รางวัล ทั้งนี้ เงินค่าซื้อสลากทั้งหมดจะเป็นเงินออมของผู้ซื้อสลาก (เงินสะสม) ซึ่งจะนำเงินส่งเข้าบัญชีเงินออมรายบุคคลกับ กอช. โดย กอช.จะเป็นผู้บริหารจัดการเงินจำนวนดังกล่าว และเมื่อผู้ซื้อสลากอายุครบ 60 ปี จะสามารถถอนเงินทั้งหมดที่ซื้อสลากมาทั้งชีวิตออกมาได้

Advertisement

สำหรับคุณสมบัติผู้ที่จะเป็นสมาชิกของ กอช.ได้มีดังนี้

  • ผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 15-60 ปี
  • นักเรียน นักศึกษา
  • ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อส. อปพร. อสม. อช. ลูกจ้าง
  • เกษตกร ค้าขาย รับจ้างทั่วไป
  • ผู้ประกันตน ม.40 ทางเลือก 1 (ผู้ประกันตนจ่ายเองเดือนละ 70 บาท)
  • ผู้ที่ไม่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
  • ผู้ที่ไม่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ตัวอย่างอาชีพที่สมัคร กอช.ได้คือเกษตรกร ค้าขาย แม่บ้าน เจ้าของร้าน ฟรีแลนซ์ ขับรถรับจ้าง แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง นักเรียน นิสิต นักศึกษา

สำหรับ ข้าราชการ ผู้ประกัน ม.33, และ 39 ไม่สามารถสมัครได้

Advertisement

ดังนั้น “หวยเกษียณ” จึงเป็นทางเลือกการออมเงินเพื่อรองรับวัยเกษียณ เนื่องจาก กอช.จำกัดอายุสมาชิกถึงผู้ที่มีอายุ 60 ปีเท่านั้น และต้องเป็นแรงงานนอกระบบ หากเด็กที่เข้าตั้งแต่อายุ 15 ปี หากเข้าสู่วัยแรงงานแล้ว เข้าสู่ระบบข้าราชการ หรือประกันสังคม ม.33/39 อาจจะพ้นสภาพสมาชิก ทั้งนี้ ปัจจุบัน กอช.มีสมาชิกอยู่ราว 3 ล้านคนทั่วประเทศ

นักวิชาการทีดีอาร์ไอหนุนหวยเกษียณ ช่วยคนไทยออมเงินได้ ลดภาระงบประมาณ

ด้าน นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ให้ความเห็นถึงกรณีกระทรวงการคลังกำลังพิจารณานโยบายสลากสะสมทรัพย์เพื่อเงินออมยามเกษียณ หรือหวยเกษียณว่า ส่วนตัวสนับสนุนนโยบายนี้ เนื่องจากจากการรายงานวิชาการหลายแห่งระบุว่าคนเราควรมีเงินเก็บสำหรับเพื่อใช้จ่ายหลังเกษียณประมาณ 3-4 ล้านบาทต่อคน แต่ในความเป็นจริงนั้นมีคนที่ทำได้น้อยมาก ถ้าถามคน 100 คนว่ามีฝากพอที่จะใช้ตอนเกษียณหรือไม่ จะพบว่ามีจำนวน 60-80 คนที่ตอบว่าไม่สามารถทำได้

ขณะเดียวกันเมื่อคนมีเงินออมไม่พอที่จะใช้เมื่อยามเกษียณนั้น วิธีที่จะช่วยได้มี 2 ทาง คือ 1.การแจกเงินสวัสดิการจากรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันช่องทางนี้มีแต่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าอาจจะต้องใช้เงินงบประมาณ 4-7 แสนล้านบาทต่อปี ถึงจะเพียงพอในการให้สวัสดิการผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นภาระงบประมาณอย่างมาก 2.การสนับสนุนให้ประชาชนออมเงินเอง แต่รัฐบาลก็ต้องหาอะไรมาจูงใจให้ประชาชนอยากออมเงินมากขึ้น ซึ่งหวยเกษียณก็เป็นหนึ่งในนโยบายที่น่าสนใจ คิดว่าจะตอบโจทย์ ช่วยให้คนมีเงินออมได้มากขึ้น

“หวยเกษียณเป็นการออมเงินที่มีกิมมิค คล้ายกับสลากออมสินที่มีลูกเล่นเรื่องรางวัล ซึ่งตอบโจทย์ เพราะคนในปัจจุบันบางส่วนก็ชอบเล่นการพนัน ไม่ว่าจะลอตเตอรี่ หรือหวยใต้ดินอยู่แล้ว แถมบางคนยังมีพฤติกรรมใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อ ซึ่งหวยเกษียณนี้จะช่วยให้คนมีเงินออมเพิ่มมากขึ้น” นายนณริฏกล่าว

ส่วนหวยเกษียณจะช่วยลดการใช้งบประมาณได้มากแค่ไหน นายนณริฏกล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่แน่ใจ เพราะนโยบายดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา แต่เบื้องต้นมองว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณอุดหนุนสวัสดิการผู้สูงอายุลดลงแน่นอน โดยเทียบเบื้องต้นจากนโยบายตอนหาเสียงเลือกตั้งก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าจะให้เบี้ยผู้สูงอายุสูงสุด 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน เท่ากับใช้งบประมาณถึง 4 แสนล้านบาทต่อปี และเชื่อว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามสภาวะสังคมผู้สูงอายุ เป็น 5, 6, หรือ 7 แสนล้านบาท ส่วนเทียบกับหวยเกษียณนั้นรัฐบาลจะจูงใจคนออมเงินเองส่วนหนึ่ง และก็ตอบแทนโดยการลุ้นรางวัล ซึ่งจะสมทบให้รางวัลน้อยกว่าการแจกเงินอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามในหลายฝ่าย ส่วนใหญ่มองเป็นเรื่องที่ดีในหลายมิติ ทั้งสร้างการออม และเป็นสวัสดิการเฉพาะตนของผู้ที่จะเกษียณการทำงาน หรืออาชีพอิสระ ไร้สวัสดิการรัฐที่อาจดูแลไม่เพียงพอต่อภาวะเงินเฟ้อและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ที่สำคัญเป็นการผันเงินจากซื้อหวยบนดิน หรือใต้ดินมาเข้าระบบหวยเพื่อการออมในวัยชราแทน พร้อมกับหวังว่ากองทุนอื่นๆ จะเพิ่มการตระหนักถึงการดูแลผู้สูงวัยของคนไทยที่กำลังเพิ่มสัดส่วนเกิน 1 ใน 3 ของประชากรไทย ไม่เกินปี 2572 นี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image