หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยคงที่ 2 ส่...

ไทยคงที่ 2 ส่งออกข้าวโลก 5 เดือนทะลุ 4 ล้านตัน วิตกไตรมาส 3 อ่วม ราคาแพงกว่าคู่แข่งมาก

7.06.24 | 19:33 น.

ไทยคงที่สอง ส่งออกข้าวโลก 5 เดือนทะลุ 4 ล้านตัน ลือ! ‘อินเดีย’ ปลดล็อกห้ามส่งออก ผวาราคาร่วง


เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย รายงานการส่งออกข้าวช่วง 4 เดือนแรก พ.ศ.2567 มีปริมาณ 3,398,145 ตัน มูลค่า 78,517 ล้านบาท หรือประมาณ 2,219.3 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยปริมาณเพิ่มขึ้น 29.1% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 60.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2566 ที่ส่งออกปริมาณ 2,632,537 ตัน และมีมูลค่า 48,851 ล้านบาท หรือประมาณ 1,442.8 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยตัวเลขอย่างเป็นทางการ การส่งออกข้าวเดือนเมษายน 2567 มีปริมาณ 933,559 ตัน มูลค่า 21,787 ล้านบาท โดยปริมาณเพิ่มขึ้น 30.3% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 25.7% เทียบกับเดือนมีนาคม 2567 ที่มีการส่งออกมีปริมาณ 716,619 ตัน มูลค่า 17,329 ล้านบาท เนื่องจากเดือนเมษายน 2567 การส่งออกทั้ง ข้าวขาว ข้าวนึ่ง ข้าวเหนียว รวมทั้งปลายข้าวขาวมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มของ ข้าวขาว ที่มีปริมาณส่งออกมากถึง 565,735 ตัน เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน เนื่องจากยังคงมีการส่งมอบข้าวให้ตลาดที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง เช่น อินโดนีเซีย อิรัก มาเลเซีย โมซัมบิก ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เป็นต้น

ขณะที่การส่งออก ข้าวนึ่ง มีปริมาณ 169,697 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 311% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน โดยส่งไปยังตลาดหลัก เช่น แอฟริกาใต้ เยเมน แอลจีเรีย เป็นต้น ส่วนการส่งออก ข้าวหอมมะลิ (ต้นข้าว) มีปริมาณ 101,718 ตัน ลดลง 7.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน โดยยังคงส่งไปยังตลาดหลักอย่างต่อเนื่อง เช่น สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง แคนาดา สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร จีน ฝรั่งเศส เป็นต้น

Advertisement

ทั้งนี้ เทียบกับประเทศผู้ส่งออกข้าวสำคัญ พบว่า 4 เดือนแรกของปีนี้ อินเดีย ส่งออกข้าวได้มากสุด 6 ล้านตัน ติดลบ 23.3% อันดับสอง ไทย 3.40 ล้านตัน บวก 29.1% เวียดนาม 3.17 ล้านตัน บวก 9.3% ปากีสถาน 2.52 ล้านตัน บวก 67.2% สหรัฐ 1.30 ล้านตัน บวก 62.5%

สมาคมรายงานต่อว่า คาดว่าเดือนพฤษภาคม 2567 ปริมาณส่งออกข้าวมีมากกว่า 900,000 ตัน เนื่องจากผู้ส่งออกมีสัญญาส่งมอบข้าวจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มของข้าวขาว ทั้งข้าวตามสัญญาส่งมอบแบบรัฐต่อรัฐให้แก่อินโดนีเซีย และข้าวตามสัญญาของภาคเอกชนที่ส่งไปยังตลาดหลัก เช่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น รวมทั้งตลาดหลักในภูมิภาคแอฟริกา เช่น โมซัมบิก แองโกล่า ไอวอรี่โคสต์ แคเมอรูน สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ตะวันออกกลาง เช่น อิรัก รวมทั้งตลาดในแถบอเมริกา เช่น เม็กซิโก เป็นต้น

ขณะที่ตลาดนำเข้าข้าวหอมมะลิที่สำคัญยังคงมีการนำเข้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภูมิภาคอเมริกา เช่น สหรัฐ แคนาดา และภูมิภาคเอเชีย เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน รวมทั้งตลาดยุโรป เช่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เป็นต้น ต่จากการที่ราคาข้าวสารในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ราคาข้าวของไทยอยู่ในระดับที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งมาก ซึ่งอาจจะส่งผลให้ไทยสูญเสียตลาดข้าวบางส่วน ในไตรมาส 3/2567 เช่น ตลาดข้าวนึ่งในแอฟริกา

ทั้งนี้ ราคาข้าวขาว 5% ของไทย ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2567 อยู่ที่ 647 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ราคาข้าวขาว 5% ของเวียดนามและปากีสถานอยู่ 573-577 และ 587-591 เหรียญสหรัฐต่อตัน ตามลำดับ ส่วนราคาข้าวนึ่งไทยอยู่ที่ 636 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ข้าวนึ่งอินเดียและปากีสถานอยู่ที่ 542-546 และ 595-599 เหรียญสหรัฐต่อตัน ตามลำดับ

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า เริ่มเห็นสัญญาณไทยส่งออกข้าวจะลดลง เหลือประมาณ 6 แสนตันต่อเดือน จากช่วง 5 เดือนแรกปี 2567 ไทยส่งออกข้าวได้สูงเดือนละ 8-9 แสนตัน โดยปัจจัยกดดันส่งออกของไทยที่สำคัญ คือ 1.ราคาส่งออกข้าวไทยแพงกว่าประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนาม ขณะนี้ราคาของไทยแพงกว่าเวียดนามเกือบ 100 เหรียญสหรัฐต่อตัน อาทิ ข้าวสารเจ้า 5% ราคาไทย (เอฟโอบี) เกิน 630 เหรียญสหรัฐต่อตัน ราคาเวียดนามไม่ถึง 580 เหรียญสหรัฐต่อตัน น่าจะเป็นผลจากข้าวในประเทศมีการเก็งกำไร และปล่อยข้าวเพื่อส่งออกน้อยกว่าที่ควรเป็น ส่งผลให้ผู้ส่งออกที่ขายล่วงหน้า 596-600 เหรียญสหรัฐต่อตัน ต้องแบกรับภาระขาดทุน

“ด้วยเหตุนี้ ก่อนหน้านี้ไทยจึงไม่ได้ชนะประมูลขายข้าวให้อินโดนีเซียเลย ส่วนใหญ่เวียดนามกวาดไปหมด เพราะตอนนั้นไทยเสนอขาย (ซีไอเอฟ) 665-670 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่เวียดนามเสนอขาย 580 เหรียญสหรัฐ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าข้าวบางส่วนอาจนำเข้าจากประเทศใกล้เคียง เช่น เวียดนาม ทำให้ต้นทุนข้าวต่ำกว่าไทย” นายชูเกียรติกล่าว

นายชูเกียรติกล่าวต่อว่า 2.ประเทศผู้นำเข้าซื้อแค่พอใช้ ไม่มีการสต๊อกหลายเดือนอย่างเดิม อาจเพราะดูสถานการณ์อินเดียว่าจะยกเลิกห้ามส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังนี้หรือไม่ ประกอบกับความกังวลเอลนีโญหรือภัยแล้งลดลง มาเป็นจับตาลานีญาหรือฝนตกชุกแทน ซึ่งมีผลดีต่อการเพาะปลูกข้าว หากอินเดียได้ผลผลิตข้าวดี สต๊อกสูงถึง 50 ล้านตัน จากปกติสต๊อกแค่ 20 ล้านตัน อาจมีการปล่อยให้ส่งออกก็จะกดราคาข้าวโลกครั้งใหญ่ จึงเป็นข่าวลือที่มีโอกาสให้อินเดียปลดล็อกห้ามส่งออก

“วันนี้ที่เรายังส่งออกข้าวได้มากเพราะมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าและอยู่ในช่วงส่งมอบ ซึ่งส่วนใหญ่หมดลงเดือนกรกฎาคม จากนั้นก็จะเปิดการขายใหม่ ก็วิตกว่าไตรมาส 3 ปีนี้ยอดขายอาจไม่ดีนัก จากปัจจัยราคาข้าวไทยแพงกว่าคู่แข่งมาก หากคำสั่งซื้อช่วงส่งมอบไตรมาส 4 ไม่มาก ก็จะทำให้ไทยส่งออกข้าวต่ำกว่าปีก่อนที่ทำไว้ 8.7 ล้านตัน เหลือบวกลบ 8 ล้านตัน ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งออกโรดโชว์หาตลาดส่งออกโดยเร็ว และดูแลราคาข้าวในประเทศให้สามารถแข่งขันได้ เพราะหากส่งออกข้าวได้น้อย ราคาข้าวในประเทศก็ต้องลดลงไปด้วย” นายชูเกียรติกล่าว

ด้าน นายวิชัย ศรีนวกุล นายกสมาคมโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มราคาข้าวหอมมะลิในประเทศ ช่วงไตรมาส 3/2567 ยังอยู่ในระดับเกิน 30 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งตัวแปรหลักที่มีผลต่อราคาข้าวหอมมะลิหรือข้าวเจ้าคือปริมาณฝนเพียงพอกับการเพาะปลูกในฤดูกาลใหม่ ซึ่งแม้ตอนนี้เริ่มมีฝน แต่ยังไม่มากพอต่อการเพาะปลูก จึงทำให้บางพื้นที่ หรือชาวนาชะลอการเพาะปลูก อาจทำให้ฤดูกาลผลิตใหม่ ล่าช้าออกไป จะมีผลต่อผลผลิตข้าวเปลือกออกสู่ตลาดช้าออกไปกว่าปกติได้ และหากฝนดี ผลผลิตแยะ จะส่งผลต่อราคาอ่อนตัวลง