หน้าแรก เศรษฐกิจ วิกฤตตลาดรับส...

วิกฤตตลาดรับสร้างบ้าน อสังหา กู้แบงก์ไม่ผ่านลามหนัก ราคา 2-5 ล้านมากสุด

8.06.24 | 12:41 น.

วิกฤตตลาดรับสร้างบ้าน อสังหา กู้แบงก์ไม่ผ่านลามหนัก ราคา 2-5 ล้านมากสุด

วันที่ 8 มิถุนายน นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันแนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ปี 2567 ยังไม่ค่อยดีต่อเนื่องจากไตรมาส1 สะท้อนจากบรรยากาศการเข้าชมโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ลดลงไปพอสมควร ตอนนี้มีเข้ามาประมาณ 70-80% ปัจจัยหลักคนกังวลกับภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงและธนาคารเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนและทำให้คนเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือสินเชื่อได้ง่าย

“ซึ่งในส่วนของพฤกษามียอดรีเจ็กต์เรตหรือการถูกปฏิเสธสินเชื่อกลุ่มคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์กลุ่มระดับราคา 2-5 ล้านบาทเกิน 30% และกลุ่มบ้านราคา 10-20 ล้านบาทก็มีบ้างแต่ไม่มาก แต่ไม่ได้เกิดจากธนาคารไม่ปล่อยกู้อย่างเดียว ยังเป็นเรื่องของการที่ลูกค้าเปลี่ยนใจด้วย เพราะอาจจะยังไม่มั่นใจเศรษฐกิจ”นายปิยะกล่าว

น.ส.รัชดาภรณ์ วิญญะสา ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ บริษัทรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดรับสร้างบ้าน จำนวนลูกค้าปลูกสร้างบ้านค่อนข้างลดลง จากสภาพเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ ทำให้มีผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มระดับราคาบ้านต่ำกว่า 5 ล้านบาท ที่ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องด้วยปัจจัยจากภาวะหนี้ครัวเรือน ปัญหาค่าครองชีพ และมาตรการในการปล่อยกู้สินเชื่อบ้านจากธนาคารที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งถ้าเทียบกับสัดส่วนของลูกค้าในช่วงครึ่งปีแรก 2567 ที่ยื่นกู้สินเชื่อบ้านไม่ผ่านจะมีสัดส่วนถึง 40%

น.ส.รัชดาภรณ์กล่าวว่า ทั้งนี้ หากเจาะลึกถึงความต้องการของผู้บริโภคแล้ว จะพบว่ากลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงยังคงมีความต้องการในเรื่องของที่อยู่อาศัยอยู่พอสมควร โดยเฉพาะกลุ่มราคาบ้าน 10 ล้านบาทขึ้นไป ยังคงมีการขยายตัวสูงกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มบ้านในระดับราคา 3-5 ล้านบาท เติบโตอยู่ต่อเนื่องท่ามกลางเศรษฐกิจที่ซบเซา เพราะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มลูกค้าทั่วไป มองว่าสถานการณ์ของตลาดรับสร้างบ้านในช่วงครึ่งปีหลัง อาจจะมีการปรับฟื้นตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากครึ่งปีแรก ด้วยกลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อของกลุ่มผู้ประกอบการ ซึ่งคงต้องรอดูสถานการณ์ทางการเมืองและแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศควบคู่กันไปด้วยเช่นกัน

Advertisement