หน้าแรก เศรษฐกิจ กสทช.ถกต่อคืน...

กสทช.ถกต่อคืนไลเซนส์ทีวีดิจิตอล รับพฤติกรรมคนเปลี่ยน ดูทีวีน้อย-หันชมผ่านเน็ต

22.02.16 | 11:20 น.

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และวันที่ 29 กุมภาพันธ์ จะประชุมคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาทีวีดิจิตอล โดยมีตัวแทนจากกระทรวงการคลัง สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมด้วย โดยจะหารือเรื่องการเลื่อนจ่ายเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่ 3 การขยายเวลาใบอนุญาตอีก 1 ปี จาก 15 ปีเป็น 16 ปี การจ่ายเงินตามกฎมัสต์แครี่

“ที่สำคัญคือการคืนใบอนุญาตได้โดยไม่ต้องชำระเงินงวดที่เหลือ คณะทำงานจะสรุปแล้วเสร็จภายในวันที่ 1-2 มีนาคม เพื่อเสนอบอร์ด กสทช.ภายในวันที่ 5 มีนาคมนี้ คาดว่าเรื่องคืนใบอนุญาต บอร์ดอาจต้องขอรับนโยบายจากรัฐบาล โดยต้องส่งให้นายกฯเป็นผู้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากมีผลต่อรายได้ประเทศและขัดกับกฎหมายบางฉบับ” นายฐากรกล่าว และว่า ที่ผ่านมาคณะทำงานหารือเรื่องดังกล่าวหลายครั้ง หน่วยงานที่เป็นคณะทำงานมีความเห็นต่างกันและทำบันทึกไว้ว่าเขาไม่เห็นด้วยหลายประเด็น ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ว่าติดขัดเรื่องใดบ้าง แต่ขอให้คณะทำงานกลับไปพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบผลดีผลเสียที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวและนำมาหารืออีกครั้งหนึ่ง

นายฐากรกล่าวว่า ผู้ที่ขอคืนใบอนุญาตไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นช่องใดบ้าง เพราะผู้ประกอบการเพียงแค่เข้ามาหารือเท่านั้น หากมีการแก้กฎเรื่องคืนใบอนุญาตโดยไม่ต้องชำระเงินส่วนที่เหลือดำเนินการไม่ได้ เชื่อว่าผู้ประกอบการหลายรายเลือกที่จะเดินหน้าทำธุรกิจต่อ หรือไปรับความเสี่ยงข้างหน้าแทน ที่ผ่านมา กสทช.แก้เกณฑ์และประเด็นอื่นเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการบางส่วนแล้ว ได้แก่ การปรับเรียงช่องยกเว้นแต่ผู้ประกอบการบางรายที่ยังต้องรอการพิจารณาจากศาล เนื่องจากติดสัญญาสัมปทาน การลดอัตราการจ่ายเงินค่าธรรมเนียมเข้ากองทุนวิจัยแล้วพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) จากเดิม 2% เหลือ 0.1-1%

นายฐากรกล่าวว่า การปรับปรุงกฎหมายและแก้ไขปัญหาทีวีดิจิตอลครั้งนี้ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เพื่อให้ทีวีดิจิตอลอยู่ในระดับพอดีกับความต้องการของผู้ชม ครั้งที่จัดประมูลช่องทั้ง 24 ช่องใช้พื้นฐานผลการศึกษาในอดีตมาคำนวณแต่ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้ชมเปลี่ยนแปลงไป ประชาชนหันไปรับชมผ่านอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ดูทีวีน้อยลง ขณะที่กลุ่มที่ดูทีวีมักจะเลือกช่องฟรีทีวีเดิมเพราะติดรายการและลักษณะการนำเสนอแบบเดิม จึงมีผลต่อเรตติ้งทีวีช่องใหม่และส่งผลต่อเนื่องไปจนถึงผลประกอบการ เพราะอัตราการโฆษณาจะวัดจากเรตติ้งเป็นสำคัญ