ปธ.หอค้า คาดเฟดไม่หั่นดอกเบี้ย ลุ้นมติ กนง.12 มิ.ย.ตรึงดอกเบี้ย พยุงค่าบาท

ปธ.หอค้า คาดเฟดไม่หั่นดอกเบี้ย ลุ้นมติกนง. 12 มิ.ย.ตรึงดอกเบี้ย พยุงค่าบาท ไม่กระเทือน การค้า ส่งออก-ท่องเที่ยว

จากกรณีประเทศทั่วโลกอยู่ในช่วงทบทวนอัตราดอกเบี้ย หลังจากหลายประเทศอัตราเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลาย รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีการประชุมในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ ซึ่งนักธุรกิจและนักวิชาการมองว่า ประเทศไทยน่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยอีกระยะหนึ่ง

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยมติชนว่า สถานการณ์ดอกเบี้ยโลกในปัจจุบัน ยังไม่มีทิศทางลดลงอย่างชัดเจน แม้ว่าทางสภาพยุโรปจะส่งสัญญาณในการลดอัตราดอกเบี้ยก็ตาม ขณะที่สถานการณ์เงินเฟ้อทางฝั่งสหรัฐอเมริกายังคงอยู่ในระดับสูงที่ 3% ตลอดช่วงที่ผ่านมา และไม่มีท่าทีจะลดลงต่ำกว่า 2% ดังนั้น หอการค้าฯจึงมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) น่าจะยังไม่ตัดสินใจลดดอกเบี้ย ในการประชุมสัปดาห์นี้ เพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อ

นายสนั่นกล่าวต่อว่า ทิศทางเงินเฟ้อของไทยเริ่มมีแนวโน้มขยายตัวเป็นบวก แม้ว่าค่าเงินเฟ้อพื้นฐานต่ำจะแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่สถานการณ์เงินเฟ้อไทยยังอยู่ในกรอบที่ 1-3% ซึ่งหลังจากนี้หากรัฐบาลมีการยืนยันถึงความชัดเจนของโครงการ Digital Wallet รวมทั้งการใช้จ่ายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ น่าจะมีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยคงจะใช้หลักการและเหตุผลในการตรึงอัตราดอกเบี้ย

Advertisement

ให้สอดคล้องใกล้เคียงกับทิศทางดอกเบี้ยโลก ประกอบกับธนาคารกลางของประเทศในกลุ่มภูมิอาเซียนที่ยังไม่มีแนวโน้มในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อรักษาช่องว่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยของไทยและสหรัฐไม่ให้ห่างกันมากเกินไป เพราะจะส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลง และโอกาสที่เงินทุนจะไหลออกนอกประเทศได้

“หอการค้าฯมองว่าธนาคารแห่งประเทศไทย น่าจะมีการตรึงอัตราดอกเบี้ย เพื่อรักษาช่องว่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยไทยและสหรัฐ และเพื่อดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ ซึ่งปัจจุบันค่าเงินบาททรงตัวอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งส่วนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการค้า การส่งออก และการท่องเที่ยวของไทย” นายสนั่นกล่าว

นายสนั่นกล่าวต่อว่า มุมมองของเอกชนและภาคธุรกิจทั่วประเทศเห็นว่าการเข้าถึงสินเชื่อให้ง่ายและสะดวกเป็นสิ่งที่จำเป็นและเร่งด่วน รวมถึงหากในอนาคตสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจได้ ก็จะยิ่งทำให้ธุรกิจฟื้นตัวขึ้นเร็ว และเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตตามเป้าหมาย

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image