ธรรมนัส เร่งทำแผนจัดการน้ำ มั่นใจแล้ง-ฝนเอาอยู่ หนุนชลประทานเพิ่มพื้นที่ดูแลทะลุ 49.5 ล้านไร่
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมชลประทานครบรอบ 122 ปี “น้ำมั่นคง อนาคตยั่งยืน” และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการและพนักงานราชการดีเด่น ประจำปี 2566 ที่กรมชลประทาน ว่า 13 มิถุนายน เป็นวันสำคัญของครอบครัว ‘กรมชลประทาน’ ที่มีบทบาทสำคัญต่อคนไทย ด้วยภาคการเกษตรมีพื้นที่ 134 ล้านไร่ แต่พื้นที่ภาคเกษตรที่อยู่ในเขตชลประทาน มีประมาณกว่า 30 ล้านไร่ หรืออยู่ดูแลอยู่ประมาณ 24% ของพื้นที่ภาคเกษตรทั้งหมด อีกทั้งกรมชลประทานยังดูแลน้ำสำหรับใช้อุปโภค บริโภค และภาคอุตสาหกรรม
ดังนั้นคำว่า ‘น้ำมั่นคง อนาคตยั่งยืน’ เป็นเรื่องสำคัญ จากที่เราได้ศึกษาประวัติศาสตร์แล้ว เสาหลักของบ้านของเมือง กรมชลประทาน อยู่เคียงข้างชาวไทยตลอดเวลา ในยุคของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) พระองค์ทรงสถาปนา กรมชลประทาน ผมจำความได้ในยุคที่ผมเกิดยุคของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ร.9) สังเกตได้ว่า พระองค์ท่านมีอธิบดีกรมชลประทานเคียงข้างพระองค์ตลอดเวลา ไม่ว่าเสด็จจะทรงงานที่ไหน ที่ผมภาคภูมิใจทุกวันนี้ ผมมีโอกาสได้รับใช้พระองค์ท่าน ในฐานะมหาดเล็กรักษาพระองค์ตามเสด็จถวายอารักขาเชื้อพระวงศ์ทุกองค์ สิ่งที่ผมเห็นและยังจำความได้ ตอนสมัยผมเป็นนักเรียนอยู่ที่นราธิวาส พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปพระตําหนักทักษิณราชนิเวศน์ ก็จะมีนายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ตามเสด็จตลอด นอกจากนั้นจะมีรัฐมนตรีกำกับดูแล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสด็จตามพระองค์ท่าน ดังนั้น ยืนยันได้เลยว่า กรมชลประทาน ถือว่าเป็นกรมที่อยู่เคียงข้างคนไทยเป็นเสาหลักของบ้านของเมือง

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่เป็นศูนย์กลางการเกษตรและศูนย์กลางอาหารโลก ดังนั้น เป้าหมายของรัฐบาลต้องการที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและชาวไทยให้มีรายได้ เพิ่มเป็น 3 เท่า ภายในปี 2570 ความคิดความฝันเหล่านี้ ความตั้งใจของรัฐบาลและนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ดังนั้นจะขาดกรมชลประธานไม่ได้ ซึ่งไม่แค่ดูแลพื้นที่เพียง 35 ล้านไร่ แต่เขตนอกพื้นที่ชลประทานด้วย
การที่เราจะบริหารบ้านเมืองไปข้างหน้า โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ขาดกรมชลประทานไม่ได้ ยิ่งภาคการเกษตรไม่ต้องพูดถึง การจะสร้างความเป็นปึกแผ่นในการบริหาร กรมชลประทาน ถึงผมจะไม่ค่อยเข้าไปยุ่งลึกมาก แต่ผมรับรู้ถึงความเคลื่อนไหว โดยขอชื่นชมการจัดการของผู้บริหาร พี่น้องข้าราชการทุกระดับ และคณะลูกจ้างของกรมชลประทาน ทุกครั้งที่ผมไปตรวจราชการจะได้รับการต้อนรับดูแล ซึ่งไม่ต้องดูแลเพียงผม แต่พวกเราทุกคนดูแลต้องประชาชนในพื้นที่ด้วย และขอบคุณครอบครัวกรมชลประทาน ร่วมกันขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตามที่นายกรัฐมนตรีให้แนวทางไว้ และใช้ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ ยกคุณภาพชีวิตเกษตรกร
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า นโยบายจัดการน้ำ ได้สั่งการให้กรมชลประทานต้องทำแผนผังน้ำทุกจังหวัด ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอและจังหวัด สู่ลุ่มน้ำสายหลัก ต้องศึกษาอย่างเป็นระบบ พอกระทรวงเกษตรฯมีแผนผังน้ำ เปรียบเสมือนกระทรวงคมนาคมมีแผนที่ทางหลวง ดังนั้นในการจัดการน้ำ ถ้ามีแผนจัดการน้ำก็สามารถจัดการระบบน้ำต่างๆ ได้ และแก้ปัญหาต่างๆ ในช่วงฤดูน้ำหลาก แก้ปัญหาอุทกภัย และการกักเก็บน้ำในลำธารต่างๆ ตั้งแต่ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ พร้อมถึงแผนการใช้น้ำในฤดูแล้ง โดยการหมุนเวียนน้ำทุกช่วง ปีนี้สังเกตว่า อุณหภูมิทั่วไปโลกสูงขึ้น และมีการสูญเสียน้ำ ดังนั้น ระบบการกระจายน้ำกับการส่งน้ำด้วยระบบท่อ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ในกรอบระยะเวลา 7 ปี ที่แสดงวิสัยทัศน์ เราต้องขยายพื้นที่เขตชลประทานและพื้นที่เขตทางการเกษตรไม่ต่ำกว่า 40 ล้านไร่
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนและคณะ ลงพื้นที่บ่อยทุกภาค และสั่งการให้กรมชลประทาน ให้ข้อมูลเกษตรกรให้ตื่นตัวกับเหตุการณ์ทางสภาพอากาศที่เกิดขึ้น เพราะปีนี้มีปริมาณน้ำมากกว่าปีก่อน สิ่งสำคัญเวลาได้ลงพื้นที่ในแหล่งกักเก็บน้ำ จะพูดถึงกรณีน้ำท่วมปี 2554 ว่าเกิดจากอะไร เป็นกรณีศึกษา และป้องกันอย่างไร
“ส่วนตัว ผมไม่ได้กังวลและต้องมีความพร้อมในการการรับมือกับทุกสถานการณ์ ในส่วนพื้นที่ที่มีความแล้งจัดมาก ถ้าหากดินไม่ได้มาตรฐานพอฝนตกลงมาก็มีปัญหารองรับ ซึ่งตรงนี้ต้องตรวจสอบและหาวิธีแก้ปัญหา รวมถึงปัญหาพายุเข้าสองลูกที่กำลังมา ก็มีการเตรียมแผนรองรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าพายุมากี่ลูกก็รับมือไหว และตั้งแต่ช่วงฤดูฝน มีการกักเก็บน้ำไว้เอาแล้ว ปริมาณน้ำที่กักเก็บไม่มีตกหล่น และต้องบริหารการกักเก็บน้ำ ควบคู่กับการปล่อยน้ำสำหรับเกษตรกรให้ดี และมั่นใจว่าพายุ 2 ลูก เอาอยู่ ไม่ท่วมแน่นอน” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า พื้นที่กักเก็บน้ำนั้น ต้องศึกษาในสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงศึกษา วิจัยไว้ เกือบ 5,000 กว่าโครงการที่เกี่ยวกับเรื่องน้ำ และผู้ที่มีความรู้ ตลอดทั้งวิศวกร ขับเคลื่อนอยู่ตลอด ถ้าหากสร้างเร่งทำให้เสร็จและต้องไปศึกษาโครงการของพระองค์ท่าน เรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้ง ถ้าศึกษาควบกับแผนผังน้ำ จะเสริมกัน และในส่วนแผนที่น้ำกรมชลประทาน จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบและรัฐมนตรีได้เนินโครงการแผนที่น้ำไปในหลายจังหวัดแล้ว และโครงการแผนที่น้ำ ต้องเสร็จสิ้นในกรอบระยะ 6 เดือน เพราะต้องขยับไปปี 2568 ให้ทันงบประมาณปี 2568 และในส่วนงบของการบรรจุใช้จ่ายของกรมชลประทานค่อนข้างมีจำกัด ต้องบริหารจัดการให้ได้
นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมทุ่มเททำงานเพื่อสานต่องานด้านชลประทานอย่างไม่หยุดนิ่ง จวบจน 122 ปีในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ กรมคงมุ่งมั่นเดินหน้างาน ตามภารกิจหลักภายใต้ยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี (2561-2580) มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ได้กว่า 49.5 ล้านไร่ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนประมาณ 93,655 ล้านลูกบาศก์เมตร เน้นเพิ่มรายได้ภาคเกษตรเป็น 3 เท่า ใน 4 ปี สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรด้วยหลักการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ตามนโยบายรัฐบาล ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเกษตรกร โดยมุ่งเนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ซึ่งมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรอัจฉริยะ



