แบงก์ชาติ แจง 2 มาตรการใหม่ มุ่งสกัดบัญชีม้า ไม่ได้ทำให้ ปชช.โอนเงินยากขึ้น
จากกรณี นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงปัญหาภัยทุจริตทางการเงินว่า ธปท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในการดำเนินการสำคัญ ได้แก่ การออกพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มีวัตถุประสงค์ส่วนหนึ่งเพื่อจัดการบัญชีม้าที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการรับเงินและถ่ายโอนเงินจากการกระทำผิด และแลกเปลี่ยนเส้นทางเงินเพื่อสนับสนุนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ อีกทั้ง พ.ร.ก.ยังได้กำหนดโทษเอาผิดกับบัญชีม้าให้ชัดเจนขึ้น
ด้าน น.ส.ดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การยกระดับมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน ประกอบด้วยมาตรการ 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 การยกระดับการจัดการบัญชีม้า โดยปรับจากการดำเนินการระดับบัญชี เป็นระดับ แบงก์ชาติ แจง 2 มาตรการใหม่ มุ่งสกัดบัญชีม้า ไม่ได้ทำให้ ปชช.โอนเงินยากขึ้น รวมถึงการจัดการบัญชีต้องสงสัยได้เร็วขึ้น และดำเนินการเข้มข้นขึ้น ทั้งบัญชีในปัจจุบันและการเปิดบัญชีใหม่

กลุ่มที่ 2 การมีผลิตภัณฑ์หรือบริการเพิ่มเติมเพื่อดูแลธุรกรรมของลูกค้าให้ปลอดภัยมากขึ้น ธปท. กำหนดให้ธนาคารมีผลิตภัณฑ์หรือบริการเพิ่มเติมเพื่อดูแลให้ลูกค้าใช้บริการดิจิทัลได้ปลอดภัยขึ้น ได้แก่ การล็อกวงเงินที่ห้ามทำธุรกรรมออนไลน์ โดยการปลดล็อกวงเงินดังกล่าวให้ทำได้ยากขึ้น และ/หรือการปรับลดวงเงินต่อครั้งในการสแกนใบหน้าการทำธุรกรรมบน mobile banking ต่ำกว่า 50,000 บาท
นอกจากนี้ ธนาคารแต่ละแห่งจะเสนอบริการเพื่อดูแลลูกค้าเพิ่มเติมได้ เช่น การโอนเงินที่อาศัยบุคคลอื่นช่วยอนุมัติ (double authorisation) การโอนเงินเฉพาะรายชื่อที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะเริ่มเห็นการให้บริการตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2567
ล่าสุด วันเดียวกัน (13 มิถุนายน) ธปท.ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มาตรการส่วนที่ 1 ไม่ทำให้ประชาชนทั่วไปโอนเงินยากขึ้น เพราะเป็นการดำเนินการเฉพาะผู้ที่เข้าข่ายกระทำผิดเป็นบัญชีม้าให้เด็ดขาดมากขึ้น
ส่วนมาตรการส่วนที่ 2 จะมีผลิตภัณฑ์หรือบริการทางเลือกให้แก่ประชาชนที่ต้องการเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

