‘คงกระพัน’ ซีอีโอ ปตท. เปิดวิสัยทัศน์ครั้งแรก นำไทยเน็ตซีโร ช่วยรบ.ดันจีดีพีปีนี้3%
นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คนที่ 11 เปิดวิสัยทัศน์ครั้งแรกถึงทิศทางการดำเนินงานวาระ 4 ปี ว่า จะผลักดันปตท. ให้แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน หรือ TOGETHER FOR SUSTAINABLE THAILAND, SUSTAINABLE WORLD ดำเนินธุรกิจโดยเน้นความยั่งยืนอย่างสมดุล ให้เหมาะกับบริบทองค์กรทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี มุ่งให้ ปตท. เป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล และบริหารองค์กรด้วยความโปร่งใส มีการกำกับดูแลที่ดีมีธรรมาภิบาลท่ามกลางวิกฤติโลก ทั้งสงครามการค้า ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกถดถอย
นายคงกระพัน กล่าวว่า ทั้งนี้ ธุรกิจปตท.จะไม่หวือหวาแต่เติบโต สร้างสมดุลระหว่างกำไรและความยั่งยืน เพื่อบรรลุเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593 โดยทิศทางและกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Direction and Strategy) ประกอบด้วย 5 แนวทาง ได้แก่
1. ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจที่มีอยู่เดิม (Competitiveness Enhancement: Existing Business) ทำธุรกิจให้แข็งแรง ปรับ Portfolio โดยหาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ พร้อมต่อยอดสร้างการเติบโตในเรื่องที่ถนัดแบ่งเป็น 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจ Hydrocarbon and Power ประกอบด้วย ธุรกิจสำรวจและผลิต สร้างความต่อเนื่อง มั่นคงทางวัตถุดิบ จัดหา source ใหม่ที่มีต้นทุนต่ำ
สร้างผลตอบแทนที่ดี และต้องสร้างการเติบโต Hydrocarbon ควบคู่กับการทำ Decarbonization -ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจเดิม ซึ่งต้องมีความ Competitive และ Lean แสวงหา Alternative Source ทั้ง Pipe gas และ LNG และมีต้นทุนที่แข่งข้นได้ และต้อง Alignment การทำงานร่วมกับภาครัฐ
ธุรกิจไฟฟ้า ภารกิจหลักคือการสร้างความมั่นคง และรักษา Reliability ให้กับกลุ่ม ปตท. พร้อมกับการจัดหาพลังงานสะอาดเพื่อช่วย Decarbonization & Net Zero ของกลุ่ม ปตท. และแสวงหาโอกาสสร้างการเติบโตทั้งในและต่างประเทศ

ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น สร้างความแข็งแรง เติบโตร่วมกับ Strategic Partner รวมทั้ง Competitiveness ด้าน Cost & Feedstock Flexibility ต้องมีการ Synergy Enhancement and Optimization ทั้งกลุ่ม ปตท. รวมถึงการมุ่งเน้นสร้างการเติบโตใน High Value & Low Carbon Business
ธุรกิจค้าปลีก มุ่งเน้นการลงทุนที่มี Substance มีความสำคัญต่อผลประกอบการและเป็นประโยชน์ต่อสังคมแต่ Asset light -ธุกิจการค้าระหว่างประเทศ: ต้องสร้าง Synergy ภายในกลุ่ม ปตท. ยกระดับขยายผลทั้งในและต่างประเทศ กลุ่มธุรกิจ Non-Hydrocarbon Business ที่เป็น New S-Curve หรือธุรกิจใหม่ มีหลักในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้ กลยุทธ์ที่ทำเรื่อง EV / Life Science & Healthcare / Digital มีความสอดคล้องกับ Global Megatrendsแต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรจึงต้องปรับตัวเร็ว และต้อง Revisit
โดย Revisit value chain ว่า area ใด มีความน่าสนใจ มีอนาคต และเป็นประโยชน์ต่อ ปตท. และประเทศไทยหรือ area ใดที่ ปตท. มีจุดแข็งสามารถ Synergy ในกลุ่ม ปตท. เพื่อที่จะสร้างความแตกต่างได้ ประกอบด้วย -ธุรกิจ EV และ Logistics ต้องเข้าใจ value chain เลือกเล่นใน space ที่เหมาะสม -ธุรกิจ Life Science ร่วมมือกับพันธมิตรสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ -ธุรกิจ Industial AI ต้องยกระดับ ขยายผลทั้งกลุ่ม ปตท. ช่วยให้ธุรกิจเดิมเข้มแข็ง และต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่
2. สร้างการเติบโต หาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ (Growth: New Business & Opportunity) ต่อยอดสร้างการเติบโตในธุรกิจ โดยเฉพาะด้านความยั่งยืน 3. สร้างความชัดเจนในแนวทางความยั่งยืน (Sustainability) ทุกมิติ ด้วยการบูรณาการเข้าไปในธุรกิจ ผสานการบริหารจัดการ Portfolio และ Net Zero เข้าด้วยกันทั้งกลุ่ม ปตท. มุ่งสู่การเป็น Net Zero Company ควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
4.สร้างปัจจัยที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม (Enablers for Transformation) ได้แก่
สร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เป็นเลิศ (Operational Excelence) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ
5.รักษาพื้นฐานสำคัญ มุ่งเน้นธรรมาภิบาลและการกำกับกิจการที่ดี บริหารองค์กรด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาลยึดถือ Way of Conduct อย่างเคร่งครัด รวมถึงการบริหารบุคลากร ด้วยความยุติธรรม โปร่งใส
อย่างไรก็ตามเดือนสิงหาคมนี้ คณะกรรมการปตท.จะมีการพิจารณาแผนการลงทุนของทั้งกลุ่มช่วง 1 ปีและ 5 ปี(2567-71) โดยจะมีการ Revisit ธุรกิจในกลุ่ม ทั้งกลุ่มธุรกิจที่มีอยู่เดิม อาทิ ก๊าซ น้ำมัน และกลุ่มธุรกิจใหม่ อาทิ อีวี ยา โลจิสติกส์ กลุ่มไหนเติบโตเดินหน้าต่อ กลุ่มไหนคู่แข่งเยอะ แข่งขันรุนแรง อาจพิจารณาทบทวน และหาวิธีถอยอย่างชาญฉลาดพร้อมหาพาร์ทเนอร์มาร่วมขับเคลื่อนธุรกิจๆ ทั้งนี้หลังพิจารณาRevisit มีความชัดเจนจะจัดทำแอคชั่นแพลน และจะประกาศเดินหน้าแผนช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้
“สถานการณ์เศรษฐกิจไทยและโลกในปัจจุบันที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ปตท.ในฐานะบริษัทชั้นนำของไทย ก็พร้อมจะเดินหน้าธุรกิจเพื่อเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปีนี้ให้จีดีพีปี 2567 ถึงเป้าหมายของรัฐบาลคือ ระดับ 3% ผ่านการสร้างรายได้ และมีกำไรเหมาะสม พร้อมส่งรายได้เข้ารัฐเพื่อใช้พัฒนาประเทศต่อไป”นายคงกระพันกล่าว

