สำหรับคน 5 เจน หรือ 5 เจเนอเรชัน นอกจากจะมีช่องว่างเป็นความต่างของวัยแล้ว ผมคิดว่า การใช้ชีวิต วิธีคิด และพฤติกรรมการเรียนรู้ก็ต่างกันไปตามยุคสมัยด้วยนะครับ ดังนั้น การสำรวจ ‘ความต่าง’ เพื่อทำความเข้าใจคนในแต่ละเจน โดยเฉพาะด้านพฤติกรรมการเรียนรู้ ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไวและเทคโนโลยีก้าวหน้าตลอดเวลา จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเลยล่ะครับ เพราะจะช่วยให้เราสามารถพัฒนาแนวทางการเรียนรู้ในโลกยุคใหม่ที่เหมาะสมกับคนทุกเจเนอเรชันได้ดียิ่งขึ้นครับ
โดยคนใน 5 เจเนอเรชัน มีพฤติกรรมการเรียนรู้และคุณลักษณะอย่างไร ไปดูกันครับ
- เจเนอเรชัน Baby Boomer อายุ 60-78 ปี (เกิดระหว่างปี ค.ศ.1964-1946)
คนเจนนี้อยู่ในช่วงวัยเกษียณ ส่วนใหญ่มีความมั่นคงในชีวิตแล้ว และมีคุณลักษณะที่หนักเอาเบาสู้ จริงจัง อดทนสูง ทุ่มเทให้กับการทำงาน ชอบความมั่นคง ประหยัด อดออม เคร่งครัดกับขนบธรรมเนียมประเพณี ส่วนในด้านพฤติกรรมการเรียนรู้ ชอบเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และการปฏิบัติ นิยมการสื่อสารแบบตัวต่อตัวและการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม เคารพวิธีการเรียนรู้แบบดั้งเดิม แต่ขณะเดียวกันก็มีความสนใจเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อให้เท่าทันโลกและเริ่มใช้เทคโนโลยีมากขึ้น
แนวทางการเรียนรู้ที่เหมาะกับคนเจนนี้ จึงมีลักษณะเป็นกิจกรรมสัมนาหรือเวิร์กช้อปแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โปรแกรมการฝึกงานระยะสั้นกับคนรุ่นใหม่ หลักสูตรการใช้สื่อออนไลน์และเทคนิคการทำงานออนไลน์ต่างๆ รวมถึงการทำงานจิปาถะตามทักษะเพื่อเป้าหมายในการเข้าสังคม
และสำหรับเบบี้บูมเมอร์ที่ยังทำงาน ไม่ได้เกษียณอายุที่ 60 ปี ก็มีการปรับตัวด้วยการพัฒนาทักษะใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ในการทำงานมากขึ้น อาทิ ทักษะทางด้านดิจิทัล ทักษะทางด้านเอไอ
- เจเนอเรชัน X อายุ 44-59 ปี (เกิดระหว่างปี ค.ศ.1965-1980)
ปัจจุบันคนเจนนี้ยังอยู่ในช่วงวัยทำงาน แต่ก็เตรียมเข้าสู่การเกษียณอายุ ซึ่งส่วนใหญ่มีคุณลักษณะที่ตรงไปตรงมา ไม่พึ่งพาใคร เป็นตัวของตัวเองสูง ชอบทำงานที่ท้าทาย ใช้ทักษะหลากหลาย มีความเป็นอิสระ ความคิดเปิดกว้าง ไม่ยึดติดกับธรรมเนียมประเพณี และปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ดี
ส่วนพฤติกรรมการเรียนรู้ แม้จะเป็นเจนที่ไม่ได้เติบโตมากับเทคโนโลยี แต่ก็มีความกล้าลองใช้เครื่องมือดิจิทัล ชอบเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิทัลใหม่ๆ พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่มากขึ้น ทั้งการ Upskill และ Reskill เพื่อให้ทันคนรุ่นใหม่ที่เข้าสู่การทำงาน แนวทางการเรียนรู้ที่เหมาะกับคนเจนนี้ จึงมีลักษณะเป็นการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น สามารถเรียนรู้จากที่ไหนก็ได้ ผ่านสื่อออนไลน์และการใช้สื่อดิจิทัล รวมถึงการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์และปัญหาจริง
และเพราะเป็นเจนที่ชอบเรียนรู้และหาข้อมูลองค์ความรู้ด้วยตนเอง จึงเกิดความเป็นนักประดิษฐ์ชิ้นงาน D.I.Y ที่สร้างสรรค์กว่าเดิม โดยมองหาสิ่งที่สามารถเรียนรู้และทำเองได้ที่บ้านครับ
- เจเนอเรชัน Y หรือ Millennial อายุ 29-43 ปี (เกิดระหว่างปี ค.ศ.1981-1995)
เป็นเจนที่เริ่มต้นเข้าสู่วัยทำงาน ซึ่งจำเป็นต้องมีทักษะที่สอดคล้องกับงานหรืออาชีพที่ทำ เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตและความอบอุ่นให้กับครอบครัว ส่วนคุณลักษณะจะเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำหลายสิ่งได้ในเวลาเดียวกัน แต่ไม่ค่อยอดทน รักความสะดวกสบาย ไม่ชอบความเสี่ยงหรือความแปลกแหวกแนว
เนื่องจากเกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยี ทำให้พฤติกรรมการเรียนรู้มีความเป็นสากล สนใจเทคโนโลยีใหม่ๆ และเรียนรู้ได้เร็ว รวมทั้งกล้าที่จะทดลองใช้และนำมาช่วยพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีโลกเสมือน เออาร์ (AR-Augmented Reality), วีอาร์ (VR-Virtual Reality), เอ็กซ์อาร์ (XR-Extended Reality) หรือเทคโนโลยีเอไอ (AI-Artificial Intelligence)
ฉะนั้นแนวทางการเรียนรู้ที่เหมาะกับคนเจนวาย จึงมีลักษณะเรียนจากที่ไหนก็ได้ ผ่านสื่อออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นหลัก ทั้งแบบเน้นการมีส่วนร่วมและการมีปฏิสัมพันธ์
- เจเนอเรชัน Z อายุ14-28 ปี (เกิดระหว่างปี ค.ศ.1996-2010)
เป็นเจนที่มีอายุอยู่ในวัยเรียนทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา และเตรียมเข้าสู่วัยทำงาน เป็นคนรุ่นใหม่ หรือ Digital Natives ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่เกิดและเติบโตมาในยุคดิจิทัล มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยี มือถือ แท็บเล็ตตั้งแต่เด็ก ทำให้รับข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและทันโลก จึงมีคุณลักษณะที่สามารถวิเคราะห์เรื่องต่างๆ เพื่อคาดการณ์อนาคตได้เร็ว ตัดสินใจว่องไว เปิดกว้างทางความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่าง เพราะการมองเห็นในโลกดิจิทัล มีแนวโน้มไม่แบ่งแยกชนชั้น ปรับทัศนคติได้ดี และมักจะเป็นมนุษย์หลายงาน
คนเจนนี้มีความสนใจการเรียนรู้แบบ Lifelong Learning ดังนั้นแนวทางการเรียนรู้ที่เหมาะกับคนเจนนี้ จึงมีลักษณะของการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้และมีการปฏิบัติผสานเข้าไปด้วย ในรูปแบบสั้นๆ ทอนเนื้อหาเป็นบทย่อยๆ เพื่อช่วยดึงดูดความสนใจและความต้องการ รวมถึงจำเป็นต้องพัฒนาหลักสูตรทักษะด้านดิจิทัล เพื่อสร้างความเข้าใจและความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการคิดเชิงวิพากษ์ การคิดเชิงสร้างสรรค์ และทักษะการประเมินเลือกใช้แหล่งข้อมูลดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม
- เจเนอเรชัน Alpha อายุ 14 ปีลงมา (เกิดระหว่างปี ค.ศ.2011-2024)
คนเจนนี้เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีลักษณะเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen) เกิดพร้อมเติบโตมากับยุคดิจิทัล (Digital Natives) เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างเอไอ และอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ จึงมีความคุ้นเคยและปรับตัวกับการใช้เทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆ ได้ดีกว่าคนรุ่นอื่น เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ทำให้มีคุณลักษณะเป็นตัวของตัวเองสูง กระตือรือร้น มีความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้เทคโนโลยีได้รวดเร็ว
ส่วนพฤติกรรมการเรียนรู้นั้น จะสนใจการเรียนรู้ที่มีเทคโนโลยี ภาพ และการโต้ตอบ เช่น วิดีโอ เกม การจำลองแบบต่างๆ ตลอดจนบรรยากาศการเรียนรู้ที่เน้นการทำงานเป็นทีมและมีปฏิสัมพันธ์กับสังคม กล้าตั้งคำถาม
ดังนั้นแนวทางการเรียนรู้ที่เหมาะกับคนเจนอัลฟา จะมีลักษณะเป็นการเรียนรู้ผ่านแอปพลิเคชัน เกมการศึกษา การใช้เทคโนโลยีโลกเสมือน การใช้แพลตฟอร์มที่เน้นการโต้ตอบและมีส่วนร่วมของผู้เรียน รวมถึงการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น สามารถปรับให้เข้ากับความสนใจและต้องการเฉพาะบุคคลได้ และมีการผสมผสานการเรียนรู้แบบหลายมิติ เช่น การเรียนแบบออนไลน์ร่วมกับออฟไลน์ การใช้ชีวิตหรือเรียนรู้ในชุมชนโลกเสมือนจริง (Metaverse) เพื่อช่วยให้การเรียนรู้สมบูรณ์มากขึ้น
เจนอัลฟา ถือเป็นกลุ่มวัยที่จำเป็นต้องมีทัศนคติและนิสัยของการเรียนรู้ตลอดชีวิตติดตัว เพราะเป็นยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะมีบทบาทนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน ซึ่งช่วยในการใช้ชีวิตประจำวันด้วย
ผม และ OKMD หวังว่าเมื่อเราค้นพบและเข้าใจใน ‘ความต่าง’ และ ‘ความต้องการเรียนรู้’ ของ ‘คน 5 เจน’ แล้วจะสามารถนำไปพัฒนา ‘รูปแบบการเรียนรู้’ และ ‘หลักสูตรการเรียนรู้’ ที่เหมาะสมกับความสนใจของคนกลุ่มต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับการทำงานที่ปรับเปลี่ยนไปในยุคนี้นะครับ…
#5Generations #5GensandLearningBehavior #LearningTrends2024 #Twarath #Sutabutr #ทวารัฐ #สูตะบุตร #พฤติกรรมการเรียนรู้ของคน5เจน #เทรนด์การเรียนรู้2024 #แนวทางการเรียนรู้ในโลกยุคใหม่ของคน5เจน #knowledgeportal #okmd #กระตุกต่อมคิด
ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร
ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้

