หมายเหตุ – นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คนที่ 11 เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 เปิดวิสัยทัศน์ครั้งแรก ถึงทิศทางการดำเนินงานและหมุดหมายสำคัญของกลุ่มปตท. ที่จะแข็งแกร่งร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืนวาระ 4 ปี
วิสัยทัศน์ของผมในฐานะซีอีโอ ปตท. คือ “ปตท.แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” หรือ “TOGETHER FOR SUSTAINABLE THAILAND, SUSTAINABLE WORLD” ดำเนินธุรกิจโดยเน้น “ความยั่งยืนอย่างสมดุล” ให้เหมาะกับบริบทองค์กรทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี มุ่งให้ ปตท.เป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล และบริหารองค์กรด้วยความโปร่งใส มีการกำกับดูแลที่ดีมีธรรมาภิบาล ท่ามกลางวิกฤตโลก ทั้งสงครามการค้า ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกถดถอย

ทั้งนี้เมื่อโลกเปลี่ยน ธุรกิจเปลี่ยน แต่หน้าที่สำคัญของกลุ่ม ปตท. คือ บริษัทพลังงานแห่งชาติ ที่จะต้องเติบโตอย่างแข็งแรงรวมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืนทั้งด้านธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมไปได้ด้วยกัน ซึ่งเราตั้งเป้าที่จะเติบโตทั้งในเมืองไทยและแสวงหาการเติบโตในระดับโลกในระยะยาว
ปตท.ต้องบริหารธุรกิจแบบยั่งยืนในทุกมิติ เมื่อบริบทโลกเปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานควบคู่กับการรักษาต้นทุนพลังงานที่เหมาะสม เป็นเรื่องสำคัญและต้องดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ใครจะคิดว่า วันหนึ่งราคาพลังงานในยุโรปจะแพงขึ้นเป็น 2 เท่า และยังมีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองโลกที่เป็นตัวแปรอีก ขณะที่ทิศทางโลกที่มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ปตท.ต้องดำเนินธุรกิจที่สร้างกำไรเหมาะสมและยั่งยืน ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ขณะเดียวกัน ปตท.ต้องมองการสร้างกำไรในระยะยาว เพราะต้องสร้างสมดุลระหว่างผู้ถือหุ้น สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กล่าวคือ ต้องทำธุรกิจที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทย โดยมีบริบทด้านสังคมควบคู่ที่ช่วยธุรกิจรายย่อยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจในภาพรวมเติบโต ซึ่งจะก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างเศรษฐกิจอันเป็นผลพลอยได้ตามมา

นอกจากนี้การลงทุนของ ปตท.จะเน้นความคล่องตัว คือ ต้องเน้นความเร็ว การตัดสินใจที่ไว ขณะที่เราก็ต้องมีข้อมูลให้ครบถ้วน ใช้ทรัพยากรให้เหมาะสม ธุรกิจไหนดีต้องต่อยอด ถ้าธุรกิจใดที่เคยดี แต่ตอนนี้ไม่ดีก็ต้องกล้าที่จะปรับเปลี่ยนและทบทวนได้เร็ว ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วน ผ่านการทำธุรกิจที่มีความโปร่งใสและมีการสื่อสารที่จริงใจ ชัดเจน เข้าถึงง่ายและเข้าใจง่าย อีกทั้งต้องพัฒนาบุคลากรที่เก่งมีความรู้ความสามารถ เพื่อสร้างความร่วมมือและก่อเกิดเป็น synergy ทางธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจให้เป็นรูปธรรม
ธุรกิจ ปตท.จะไม่หวือหวาแต่เติบโต สร้างสมดุลระหว่างกำไรและความยั่งยืน โดยทิศทางและกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Direction and Strategy) เน้นการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน สร้างการเติบโตทางธุรกิจ ควบคู่กับการบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสมดุล เพื่อบรรลุเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593
โดยธุรกิจไฮโดรคาร์บอนและพลังงานจะเป็นธุรกิจหลัก ประกอบด้วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน และปิโตรเคมี รวมถึงจะมีธุรกิจสีเขียวที่สร้างขึ้นเพื่อทดแทนและเสริมธุรกิจหลัก โดยธุรกิจไฮโดรคาร์บอนต้องเติบโตคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและจริงจังกับการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ โดยยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจที่มีอยู่เดิมให้แข็งแรง และปรับ Portfolio โดยหาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ พร้อมต่อยอดสร้างการเติบโตในเรื่องที่ถนัด

ทั้งนี้ ทิศทางและกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Direction and Strategy) ประกอบด้วย 5 แนวทาง ได้แก่
1.ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจที่มีอยู่เดิม (Competitiveness Enhancement: Existing Business) ทำธุรกิจให้แข็งแรง ปรับ Portfolio โดยหาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ พร้อมต่อยอดสร้างการเติบโตในเรื่องที่ถนัดแบ่งเป็น 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจ Hydrocarbon and Power ประกอบด้วย
ธุรกิจสำรวจและผลิต สร้างความต่อเนื่อง มั่นคงทางวัตถุดิบ จัดหา source ใหม่ที่มีต้นทุนต่ำ สร้างผลตอบแทนที่ดี และต้องสร้างการเติบโต Hydrocarbon ควบคู่กับการทำ Decarbonization
ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจเดิม ซึ่งต้องมีความ Competitive และ Lean แสวงหา Alternative Source ทั้ง Pipe gas และ LNG และมีต้นทุนที่แข่งขันได้ และต้อง Alignment การทำงานร่วมกับภาครัฐ
ธุรกิจไฟฟ้า ภารกิจหลักคือการสร้างความมั่นคง และรักษา Reliability ให้กับกลุ่ม ปตท. พร้อมกับการจัดหาพลังงานสะอาดเพื่อช่วย Decarbonization & Net Zero ของกลุ่ม ปตท. และแสวงหาโอกาสสร้างการเติบโตทั้งในและต่างประเทศ
ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น สร้างความแข็งแรง เติบโตร่วมกับ Strategic Partner รวมทั้ง Competitiveness ด้าน Cost & Feedstock Flexibility ต้องมีการ Synergy Enhancement and Optimization ทั้งกลุ่ม ปตท. รวมถึงการมุ่งเน้นสร้างการเติบโตใน High Value & Low Carbon Business

ธุรกิจค้าปลีก มุ่งเน้นการลงทุนที่มี Substance มีความสำคัญต่อผลประกอบการและเป็นประโยชน์ต่อสังคมแต่ Asset light
ธุกิจการค้าระหว่างประเทศ : ต้องสร้าง Synergy ภายในกลุ่ม ปตท. ยกระดับขยายผลทั้งในและต่างประเทศ
กลุ่มธุรกิจ Non-Hydrocarbon Business ที่เป็น New S-Curve หรือธุรกิจใหม่ มีหลักในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้ กลยุทธ์ที่ทำเรื่อง EV / Life Science & Healthcare / Digital มีความสอดคล้องกับ Global Megatrends แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรจึงต้องปรับตัวเร็ว และต้อง Revisit
โดย Revisit value chain ว่า area ใด มีความน่าสนใจ มีอนาคต และเป็นประโยชน์ต่อ ปตท. และประเทศไทยหรือ area ใดที่ ปตท. มีจุดแข็งสามารถ Synergy ในกลุ่ม ปตท. เพื่อที่จะสร้างความแตกต่างได้ ประกอบด้วย
ธุรกิจ EV และ Logistics ต้องเข้าใจ value chain เลือกเล่นใน space ที่เหมาะสม
ธุรกิจ Life Science ร่วมมือกับพันธมิตรสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ
ธุรกิจ Industial AI ต้องยกระดับ ขยายผลทั้งกลุ่ม ปตท. ช่วยให้ธุรกิจเดิมเข้มแข็ง และต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่

2.สร้างการเติบโต หาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ (Growth: New Business & Opportunity) ต่อยอดสร้างการเติบโตในธุรกิจ โดยเฉพาะด้านความยั่งยืน คือ ธุรกิจไฮโดรเจนและคาร์บอน (Hydrogen and Carbon Business Integration Strategy) สร้างการเติบโตต่อยอดจากเป้าหมาย Decarbonization มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบบูรณาการทั้งกลุ่ม ปตท. โดยกำหนดบทบาทหน้าที่ชัดเจนและมีเป้าหมายร่วมกัน ใช้จุดแข็งของทุกบริษัทในกลุ่ม โดยมี ปตท. เป็นผู้กำกับ ดูแลภาพรวม ร่วมผลักดันและขับเคลื่อนให้สำเร็จเป็นโอกาส Transform ธุรกิจเดิมของกลุ่ม ปตท. ให้มี Advantage เพิ่มขึ้น และสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจใหม่
3.สร้างความชัดเจนในแนวทางความยั่งยืน (Sustainability) ทุกมิติ ด้วยการบูรณาการเข้าไปในธุรกิจ ผสานการบริหารจัดการ Portfolio และ Net Zero เข้าด้วยกันทั้งกลุ่ม ปตท. มุ่งสู่การเป็น Net Zero Company ควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว และสร้างคุณค่าสู่สังคม ผ่านแนวทาง ปรับ Portfolio การลงทุนและปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้พลังงาน เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด และชดเชยคาร์บอน ด้วยเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) และโครงการปลูกป่า
4.สร้างปัจจัยที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม (Enablers for Transformation) ได้แก่ สร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เป็นเลิศ (Operational Excelence) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจ จึงควรมุ่งเน้นทำสิ่งที่ควบคุมได้อย่างเข้มข้น ต้องสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน (Build core resilience) ลดต้นทุน โดยการยกระดับ Operation & Efficiency ด้วยการนำเทคโนโลยี ดิจิทัล และ AI มาประยุกต์ใช้ โดยมีแผนงานและเป้าหมายที่ชัดเจน และขยายผลทั่วทั้งกลุ่ม ปตท. อีกทั้ง ต้องทำ Lean Organization ร่วมกับ Digital Transformation ซึ่งต้องเริ่มในวันที่องค์กรยังแข็งแรง จัดลำดับความสำคัญ เริ่มทำโครงการที่เห็นผลลัพธ์เร็ว เพื่อให้เกิดการยอมรับในทุกระดับ และต้องสร้างความเข้มแข็งด้าน Culture สร้างความตระหนัก ปลูกฝังให้พนักงานกล้าที่จะปรับและพร้อมที่จะเปลี่ยนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

5.รักษาพื้นฐานสำคัญ มุ่งเน้นธรรมาภิบาลและการกำกับกิจการที่ดี บริหารองค์กรด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาลยึดถือ Way of Conduct อย่างเคร่งครัด รวมถึงการบริหารบุคลากร ด้วยความยุติธรรม โปร่งใส สร้าง Ecosystem ส่งเสริมคนดีและคนเก่งให้เติบโตอย่างเหมาะสม รวมถึงการมีความเป็นเลิศทางด้านการเงิน (Financial Excellence) ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการดำเนินธุรกิจ
โดยปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปตท.ต้องปรับตัว มีความคล่องตัว และมุ่งมั่นรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต ควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย พร้อมมุ่งการเติบโตขององค์กรในระดับโลกอย่างยั่งยืนต่อไป
อย่างไรก็ตาม เดือนสิงหาคมนี้ คณะกรรมการ ปตท.จะมีการพิจารณาแผนการลงทุนของทั้งกลุ่มช่วง 1 ปี และ 5 ปี (2567-71) โดยจะมีการ Revisit ธุรกิจในกลุ่ม ทั้งกลุ่มธุรกิจที่มีอยู่เดิม อาทิ ก๊าซ น้ำมัน และกลุ่มธุรกิจใหม่ อาทิ อีวี ยา โลจิสติกส์ กลุ่มไหนเติบโตเดินหน้าต่อ กลุ่มไหนคู่แข่งเยอะ แข่งขันรุนแรง อาจพิจารณาทบทวน และหาวิธีถอยอย่างชาญฉลาดพร้อมหาพาร์ตเนอร์มาร่วมขับเคลื่อนธุรกิจๆ ทั้งนี้หลังพิจารณา Revisit มีความชัดเจนจะจัดทำแอ๊กชั่นแพลน และจะประกาศเดินหน้าแผนช่วงเดือนกันยายน–ตุลาคมนี้

ทั้งนี้ การปรับแผนธุรกิจก็เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์โลก สอดรับความต้องการผู้บริโภค และมุ่งสู่ความยั่งยืนต่อประเทศไทยและโลก โดยเฉพาะเป้าหมายการมุ่งสู่เน็ตซีโร่ของไทยภายในปี 2593 เพราะ ปตท.มองว่า หาก ปตท.ทำไม่สำเร็จ ประเทศไทยก็ไม่อาจบรรลุเป้าหมายเน็ตซีโร่ได้
สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจไทยและโลกในปัจจุบันที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ปตท.ในฐานะบริษัทชั้นนำของไทย ก็พร้อมจะเดินหน้าธุรกิจเพื่อเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปีนี้ให้จีดีพีปี 2567 ถึงเป้าหมายของรัฐบาลคือ ระดับ 3% ผ่านการสร้างรายได้และมีกำไรเหมาะสม พร้อมส่งรายได้เข้ารัฐเพื่อใช้พัฒนาประเทศต่อไป

