หน้าแรก เศรษฐกิจ แสนสิริ เดินห...

แสนสิริ เดินหน้าลงทุน 2.6 หมื่นล้าน สูงสุดในตลาด เตรียมสร้างสถิติใหม่ ผุดซุปเปอร์ลักชัวรี่ราคาแพงสุด

15.06.24 | 13:00 น.

แสนสิริ เดินหน้าลงทุน 2.6 หมื่นล้าน สูงสุดในตลาด เตรียมสร้างสถิติใหม่ ผุดซุปเปอร์ลักชัวรี่ราคาแพงสุด

นับจากโครงการคอนโดมิเนียมแห่งแรก ”บ้านไข่มุก” ริมชายหาดหัวหิน ปัจจุบัน บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) เดินหน้าขยายพอร์ตคอนโดมิเนียมแล้ว 20 แบรนด์ ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทุกระดับราคา ครอบคลุมทำเลทั่วประเทศ

ถึงวันนี้ร่วม 40 ปีแล้ว ที่ ”แสนสิริ” เดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม เกือบ 200 โครงการ จำนวน 81,000 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 290,000 ล้านบาท และใน ปี 2567 ยังคงเดินหน้าตามแนวทาง RESILIENT GROWTH : ยืนหยัด ยั่งยืน กับแผนการเปิดตัวคอนโดมิเนียม 20 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสร้างเรคคอร์ดสูงสุดในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมวางเป้ายอดขายที่ 21,000 ล้านบาท และยอดโอนที่ 13,000 ล้านบาท

นายองอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2567 บริษัทยังคงเป้าเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 20 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท เติบโต 44% สูงสุดในตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยผลการดำเนินงานในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา สามารถสร้างยอดขายได้แล้วกว่า 7,300 ล้านบาท คิดเป็น 35% ของเป้ายอดขายรวม 21,000 ล้านบาท และมียอดโอน 3,400 ล้านบาท คิดเป็น 26% ของเป้ายอดโอนรวม 13,000 ล้านบาทและในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังคงทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการที่เปิดขายอยู่และพร้อมโอนปีนี้รวม 14 โครงการ มูลค่า 15,700 ล้านบาท

Advertisement

นายองอาจกล่าวว่า การเดินหน้าโครงการมี 8 ไฮไลต์ที่เป็นคีย์ซักเซสของแสนสิริ กลยุทธ์แรกสานต่อจุดแข็งซุปเปอร์ลักชัวรี่คอนโดมิเนียม นับเป็นจุดแข็งของแสนสิริ ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ที่มั่นใจในแบรนด์และประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญ 40 ปี สะท้อนจากที่สามารถปิดการขายเพนต์เฮาส์พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ราคา 500 ล้านบาท ในโครงการชิดลม ทั้งที่ยังไม่เปิดขาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดเริ่มก่อสร้างในปี 2568 คาดโครงการมีมูลค่าร่วม 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าราคาขายต่อตารางเมตรอาจจะได้เห็นในราคา 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 โครงการ บนทำเลสารสินและสุขุมวิท 51 และเตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย

นายองอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

กลยุทธ์ที่ 2 รุกทำตลาดในหัวเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว ในปีนี้มีแผนเปิดตัว 9 โครงการ มูลค่า 11,800 ล้านบาท ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา หัวหิน EEC ขอนแก่น หัวหิน ไฮไลต์โครงการแคนวาส เชิงทะเล มูลค่า 1,600 ล้านบาท อยู่โซนเชิงทะเล-บางเทา จังหวัดภูเก็ต จะเปิดตัวปลายปีนี้และโครงการในทำเลพัทยสาย 1

กลยุทธ์ที่ 3 ปักหมุดบนสุดยอดทำเลศักยภาพย่าน CBD ที่มีดีมานด์ ซัพพลายน้อย บนทำเลสุขุมวิท ได้แก่ เวีย 34 มูลค่า 1,400 ล้านบาท และ เวีย 61 มูลค่าโครงการ 1,200ล้านบาท และอีกโครงการอยู่บนสุขุมวิท 36 จากซีรีส์ One of a Kind Project


กลยุทธ์ที่ 4 ลุยตลาดคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ รับกระแส Pet Parent หลังพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไป หันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในคอนโดมากขึ้น โดยในเร็ว ๆ นี้ จะมีโครงการ พินน์ ศูนย์วิจัย เปิดตัวในไตรมาส 3 นี้

กลยุทธ์ที่ 5 พลิกโฉมแบรนด์ เดอะเบส ครั้งใหญ่ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ควบคู่กับการพัฒนาโปรดักส์ให้เข้ากับการใช้ชีวิตของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละโลเกชั่น ตั้งแต่ขยายพื้นที่ด้วยแปลนหน้ากว้าง เพิ่มพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ดีไซน์ห้องแบบลอฟต์ โดยจะมีโครงการ เดอะ เบส โฉมใหม่ รวม 4 โครงการ มูลค่ารวม 5,700 ล้านบาท ได้แก่ เดอะ เบส ไรส์ ภูเก็ต มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท ใกล้เซ็นทรัลภูเก็ต ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท และ อีก 2 โครงการบนทำเลรัชดากับวงศ์สว่าง และอีก 1 ทำเลใหม่ที่ขอนแก่น

กลุยทธ์ที่ 6 ต่อยอดความสำเร็จกับแบรนด์ดี คอนโด ในปีนี้เปิด 4 โครงการ มูลค่ารวม 3,900 ล้านบาท พร้อมเร่งโอน 6 โครงการ มูลค่ารวม 6,500 ล้านบาท โดยไตรมาส 2 นี้จะเปิดดีคอนโด เซนส์ บางแสน มูลค่า 880 ล้านบาท และดีคอนโด คลาม รามคำแหง 40 มูลค่า 820 ล้านบาท


กลยุทธ์ที่ 7 เดินหน้าพัฒนาโครงการ Affordable Condo ราคาจับต้องได้อย่างต่อเนื่อง แบรนด์คอนโดมี และเวย์ เปิดอีก 3 โครงการ มูลค่า 1,110 ล้านบาท

และกลยุทธ์ที่ 8 ตอกย้ำ 40 ปี อสังหาฯอันดับหนึ่ง ผู้นำด้านดีไซน์และคุณภาพการบริการ

“จากทั้ง 8 กลยุทธ์ดังกล่าว มั่นใจทำให้สามารถผลักดันยอดขายและรายได้ในส่วนของคอนโดมิเนียมได้ตามเป้าที่วางไว้ แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว ยังไม่เห็นสัญญาณบวกมากนักและนโยบายภาครัฐที่ทยอยออกมา บางเรื่องอาจะต้องใช้เวลา แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจปีนี้จะมีการฟื้นตัวช้าๆ และเรามีการปักหมุดการลงทุนใหม่ เพื่อตอบสนองการเติบโตแบบช้าๆ เน้นโปรดักส์เป็นเรียลดีมานด์จริงๆ ขณะที่ยอดรีเจ็กต์เรตของเราไม่มากอยู่ที่ 4-5% เพราะมีการพรีแอฟปรู๊ฟก่อน” นายองอาจกล่าว

นายองอาจกล่าวอีว่า ปัจจุบันแสนสิริมีสต๊อกคอนโดพร้อมอยู่ประมาณ 5,000 ล้านบาท ถือว่าไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มราคา 3 ล้านบาท 5 ล้านบาท และ7 ล้านบาท ซึ่งโครงการมียูนิตเหลือขายจำนวนมากมีโครงการเดอะไลน์ไวบ์ เป็นโครงการร่วมทุนกับกลุ่มบีทีเอส ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 70% ของมูลค่าโครงการ 4,400 ล้านบาท เหลืออีก 30% หรือเกือบ 300 ยูนิต ราคาขายตั้งแต่ 100,000-130,000 บาทต่อตารางเมตร ขยับขึ้นจากเดิม 20% มีห้องขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ 31.50-36.75 ตารางเมตร และ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ 56.50-73.25 ตารางเมตร คาดจะปิดการขายได้ไตรมาส 1 ปี 2568