‘นภินทร’ นำเอกชนรับซื้อ ‘มังคุดภาคใต้’ เล็งดูดซับกว่า 3 หมื่นตัน มั่นใจราคาส่งออก 65-70 บาท

16.06.24 | 10:12 น.

‘นภินทร’ นำเอกชนรับซื้อ ‘มังคุดภาคใต้’ เล็งดูดซับกว่า 3 หมื่นตัน มั่นใจราคาส่งออก 65-70 บาท


เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ตำบลทอนหงส์ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังลงพื้นที่และติดตามผลผลิตมังคุดในภาคใต้ ว่า ได้รับมอบหมายจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการจัดกิจกรรม “กรมการค้าภายในเชื่อมโยงการรับซื้อมังคุด @นครศรีธรรมราช”

ครั้งนี้ ได้นำ 16 ผู้ประกอบการ มาทำสัญญารับซื้อมังคุดกับสถาบันเกษตรเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานี พังงา และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส

Advertisement

“ผมยินดีมากที่ได้กลับลงมาภาคใต้อีกครั้ง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเองก็เป็นลูกหลานชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ผูกพันกับคนใต้ ยินดีที่ได้มาจัดกิจกรรมเชื่อมโยงการรับซื้อมังคุดในวันนี้ ด้วยกระทรวงพาณิชย์มีความห่วงใยเกษตรกร โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตรของประเทศไทย ซึ่งภาคใต้เองมีสินค้าหลายอย่างที่เป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน พืชผักผลไม้” นายนภินทร กล่าว

นายนภินทร กล่าวต่อว่า สำหรับราคายาง นั้น คงไม่ต้องเป็นห่วง ถือว่าราคานั้นไปได้ดี แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ก็ให้ความสำคัญ โดยเร่งหาตลาดต่างประเทศเพิ่มเติม และเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยการแปรรูป เช่น ชิ้นส่วนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อดึงราคายางพาราไม่ให้ตก

ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ก็ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมัน ซึ่งปัญหาคือ ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งทำให้ผลผลิตปาล์มสุขไว แต่ผลข้างในยังไม่สุก ทำให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันของผลปาล์มลดลง กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ก็ลงมาพูดคุยกับเกษตรกร ลานเท โรงสกัด ซึ่งทำให้เกษตรกรพอใจ

สำหรับผลไม้ภาคใต้ยังมีหลากหลายชนิด ที่กระทรวงพาณิชย์ เตรียมหลายมาตรการเพื่อดึงราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะผลไม้ โดยจะดึงปริมาณส่วนเกินของผลผลิต โดยใช้มาตรการต่างๆ อย่างเหมาะสม อย่างเช่น ทุเรียน ปัจจุบันราคาขึ้นไป 170 – 180 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งก่อนหน้านี้เดือนเมษายน ตนเดินทางไปเวียดนามและจีน เพื่อเตรียมพร้อมด้านขนส่งทุเรียนไปจีน ทำให้ผลผลิตทุเรียนของไทยสู่จีนได้เร็วขึ้น และเป็นที่น่าดีใจของเกษตรกรไทยที่ตลาดที่สำคัญอย่างจีน มีผลผลิตทุเรียนของไทยเป็นหลัก และเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคในจีนอย่างมาก

สำหรับผลผลิตมังคุดโดยรวมปีนี้ คาดปริมาณ 320,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วนที่เพิ่มเป็นผลผลิตในภาคตะวันออก ส่วนของภาคใต้ปริมาณ 141,000 ตัน คิดเป็นประมาณ 46% ถือว่าไม่ได้มากกว่าปีที่แล้ว และในภาพรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช มีผลผลิตเพิ่มขึ้น 5% ทั้งนี้ ในแผนกระทรวงพาณิชย์ ในการดูแลราคามังคุดไม่ให้ตก สิ่งแรกคือดึงห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ทำข้อตกลงซื้อขายมังคุดล่วงหน้า 32,000 ตัน หรือ ประมาณ 22% ของปริมาณมังคุดภาคใต้ที่ออก ซึ่งเทียบกับปีที่แล้วเราทำอยู่เพียง 27,000 ตันปีนี้ เพิ่มขึ้น 6% เป็นการดึงราคาให้สูงขึ้น อีกทั้งมีกิจกรรมดูดซับผลผลิตและเพิ่มการบริโภคผ่านรถโมบายสินค้าเนำมังคุดของชาวสวนในพื้นที่ไปถึงผู้บริโภค และนำกล่องใส่ผลไม้เพื่อขนส่งจาก 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน แจกฟรี 120,000 ใบ โดยเฉพาะนครศรีธรรมราช 35,000 ใบ และขนส่งฟรีถึงมือผู้บริโภค หากปริมาณมังคุดออกเยอะกว่าปกติ ก็จะเปิดจุดรับซื้อ คาดการณ์ที่อำเภอฉวาง โดยจะดึงผู้รวบรวมมาตั้งจุดรวบรวมโดยเฉพาะชาวสวนรายย่อยเป็นหลัก และถัดมาอยู่ที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช

“กระทรวงพาณิชย์ จะเร่งดำเนินการเพื่อให้มังคุดส่งออก มีราคาต่อกิโลกรัมไม่น้อยกว่า 65 – 70 บาท ส่วนมังคุดตกเกรด ลูกเล็ก ลูกดำ ให้พี่น้องเกษตรกรได้ขายในราคาไม่น้อยกว่า 30 บาท ต่อกิโลกรัม “ นายนภินทร กล่าว

ทั้งนี้ พันมิตรเข้ามาทำสัญญาซื้อขาย ครั้งนี้ 16 ราย ประกอบด้วย ห้างค้าส่ง-ค้าปลีกได้แก่ Tops, Go Wholesale, The Mall, Makro, Lotus และ Big C ผู้รวบรวม ได้แก่ บจก.วาย โช ฟรุ๊ต,บจก.เอฟแอลเอ็น กู๊ดส์, ผู้ส่งออก ได้แก่ บจก.มาตา เทรดดิ้ง, บจก.เอ็มที ฟรุ๊ตแลนด์ และบจก.มิสเตอร์ฟรุ๊ตตี้ โรงงานแปรรูป ได้แก่ บจก.สตูดิโอ จี บาร์ และบจก.นานาฟรุ๊ต และยังมีผู้ประกอบการท้องถิ่น ได้แก่ บจก.สุชาตินครโกลเบิล ฟรุ๊ต, บจก.นครไทยผลไม้ 88 และคีรีวง OTOP นครศรีธรรมราช

นอกเหนือจากการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแล้ว สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่ PT, PTT, Bangchak, Shell และซัสโก้ กว่า 1,111 สาขา เข้ามาช่วยกระจายผลผลิตกว่า 2,000 ตัน โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย ช่วยจัดส่งผลไม้ และมั่นใจจะทำให้ราคามังคุดดีขึ้น