พิมพ์ภัทรา สั่งสมอ. เจรจาเอฟทีเอไทย – อียู ปกป้องอุตฯยานยนต์ไทย
น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในฐานะผู้แทนประเทศไทยในการเจรจาต่อรองด้านอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ให้ปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ในการประชุมภายใต้การเจรจาความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement – FTA) ไทย – สภาพยุโรป(อียู) รอบที่ 3 ระหว่างวันที่ 17-20 มิถุนายน 2567 ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม ซึ่งก่อนหน้านี้ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรอบที่ 2 ที่กรุงเทพฯ
โดยการประชุมรอบที่ 3 สมอ.จะเป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมในการเจรจาจัดทำอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ประเด็นหารือสำคัญที่อียูนำเสนอ อาทิ การยอมรับผลการตรวจสอบและรับรอง เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกและนำเข้า การตรวจติดตามสินค้าในตลาด มาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรองในสาขายานยนต์ ซึ่งประเทศไทยเห็นว่าเป็นประเด็นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนหลายภาคส่วน การเจรจาจึงต้องมีความรอบคอบเพื่อให้มีพันธกรณีที่เหมาะสม เป็นประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรมไทย และคุ้มครองความปลอดภัยผู้บริโภค
นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสมอ. กล่าวว่า สมอ.จะเจรจาอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดมาตรฐาน การประกาศใช้มาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรองระหว่างไทยกับอียูที่มีสมาชิก 27 ประเทศ เพื่อให้เกิดความสะดวกและลดอุปสรรคทางการค้าที่เกิดจากการใช้มาตรการด้านเทคนิคมากีดกันทางการค้าระหว่างไทยและอียู การประชุมครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเจรจาประเด็นคงค้างจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา ท่าทีของไทยจะเจรจาบนพื้นฐานของความตกลงดับบลิวทีโอ และจะพิจารณาให้มีพันธกรณีเพิ่มเติมตามเหมาะสม โดยหน่วยงานของไทยปฏิบัติได้ และเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

ประเด็นที่จะหารือเพิ่มเติมกับ อียู คือ การกำหนดมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และการตรวจสอบรับรองผลิตภัณฑ์ยานยนต์และชิ้นส่วน ตระหนักถึงความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และความพร้อมของผู้ประกอบการไทยในการปฏิบัติตามพันธกรณี ลดอุปสรรคจากการใช้มาตรการด้านเทคนิคมากีดกันทางการค้า ช่วยเหลือผู้ประกอบการ
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธาน และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้(มกราคม-เมษายน2567) ไทยส่งออกรถยนต์ไปยุโรป 29,123 คัน เพิ่มขึ้น 12.98% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 25,776 คัน โดยตัวเลขลดลงจากอดีตมากเป็นผลจากไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกาการ(จีเอสพี) จากเดิมหลักแสนคัน ดังนั้นการเจรจาของรัฐบาลเรื่องนี้จึงสำคัญเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และปี 2566 ส่งออกรถยนต์ไปตลาดยุโรป 87,404 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มีจำนวน 73,420 คัน เพราะปีที่แล้วส่งออกรถยนต์มากกว่าปี 2562 ก่อนเกิดโควิด 19

