ตลท.ประกาศมาตรการเพิ่มล้อมคอกหุ้นไทย หวังดึงความเชื่อมั่นคืน

ภาพจาก pixabay

ตลท.ประกาศมาตรการเพิ่มล้อมคอกหุ้นไทย หวังดึงความเชื่อมั่นคืน

นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมาย และหัวหน้ากลุ่มงานเลขานุการองค์กร และกำกับองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้ามาตรการเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นนักลงทุน รวมถึง Dynamic Price Band และ AutoHalt โดยขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เห็นชอบในการใช้เตรียมเริ่มใช้มาตรการการเพิ่ม Uptick (รายหลักทรัพย์) หรือการซื้อขายเท่าใดในราคาปิดล่าสุด ต้องตั้งซื้อที่ราคาสูงขึ้นอัพไปอีก 1 ระดับ ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ลดความผันผวนที่ผิดปกติของราคาหลักทรัพย์ โดยให้ขายชอร์ต (ทุกหลักทรัพย์) ได้ที่ราคาสูงกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย (Uptick) จากปัจจุบันให้ขายชอร์ตได้ที่ราคาเท่ากับหรือสูงกว่า (Zero-plus Tick) พร้อมการทบทวนหลักทรัพย์ที่ชอร์ตเซลได้ โดยเริ่มวันที่ 21 มิถุนายนนี้ กรณีหุ้นที่ไม่ได้อยู่ใน SET 100 เพิ่มมาร์เก็ตแคป เป็น 7.5 พันล้านบาท จากเดิมที่ 5 พันล้านบาท

นายรองรักษ์กล่าวว่า รวมถึงจะใช้มาตรการควบคุมพฤติกรรมการซื้อขายบางมาตรการให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะการกำหนดเวลาขั้นต่ำของออเดอร์ก่อนที่จะสามารถยกเลิกคำสั่งได้ ซึ่งจะเริ่มในไตรมาส 3/2567 โดยกำหนดเวลาขั้นต่ำของออเดอร์ก่อนยกเลิกของคำสั่งก่อนที่จะสามารถแก้ไข/ยกเลิกไว้ที่ 250 milliseconds หากคำสั่งที่มีการแก้ไข/ยกเลิกก่อนเวลาดังกล่าวจะถูกระบบยกเลิกแบบอัตโนมัติ โดยขณะนี้ยังมีบางมาตรการที่เลื่อนการบังคับใช้ออกไป อาทิ การเพิ่มเซอร์กิต เบรกเกอร์รายหุ้น (Dynamic Price Band) โดยกำหนดกรอบการเคลื่อนไหวของราคา (ที่แคบกว่า Celling & Floor) เอาไว้ เพื่อไม่ให้ราคาผันผวนเกินไป ซึ่งจะเลื่อนการบังคับใช้เป็นไตรมาส 3 นี้ จากเดิมวางแผนไว้ในไตรมาส 2 แต่ได้เพิ่มมาตรการกำหนดให้ใช้กับหลักทรัพย์บางส่วนเพิ่มเติม ทำให้ส่วนนี้จะเริ่มบังคับใช้ในไตรมาส 1/2568 และมาตรการ Auto Halt รายหุ้น กรณีจำนวนหุ้นรวมในคำสั่งมากกว่าจำนวนหุ้นที่กำหนด เพื่อป้องกันการจับคู่ของคำสั่งซื้อขายที่อาจผิดปกติ ได้เลื่อนบังคับใช้มาเป็นไตรมาส 1/2568 จากเดิมที่จะเริ่มไตรมาส 4 นี้

นายรองรักษ์กล่าวว่า มาตรการที่ออกมา มองว่าเป็นมาตรการที่มีความสำคัญ จะมีผลในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน จึงมีความคาดหวังว่าเมื่อมาตรการเหล่านี้บังคับใช้แล้ว จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ แต่ก็ไม่มีใครทราบว่าผลออกมาแล้วจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เพราะแม้มีการดำเนินมาตรการต่างๆ แต่หากบรรยากาศตลาดหุ้นไทยในภาพรวม ยังมีประเด็นต่างๆ ที่ต้องกังวล อาทิ ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการเมืองในประเทศ ที่หากมีความชัดเจนมากขึ้น ผู้ลงทุนต่างชาติก็จะมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากสิ่งที่นักลงทุนต่างชาติกังวลมากสุดเป็นเรื่องความไม่ชัดเจนหรือความไม่แน่อน หากทุกอย่างมีความชัดเจนและแน่นอนมากขึ้น ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติก็จะกลับมาได้

Advertisement

“ความพร้อมของสมาชิก (โบรกเกอร์) ในการใช้มาตรการ Uptick อาจจะมีบางรายที่ยังไม่พร้อม เนื่องจากกำหนดใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ แต่เพราะมาตรการที่ออกมา ถือว่าสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ทำให้สมาชิกที่ยังไม่พร้อมต้องเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าส่วนที่ไม่พร้อมมีจำนวนเท่าใด โดยโบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีความพร้อมที่จะดำเนินมาตรการตามที่จะประกาศใช้ ซึ่งเชื่อว่าหากมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้จะส่งผลให้ธุรกรรมการทำ Short Selling ทำได้ยากขึ้น รวมถึงระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ มีความพร้อมในการดำเนินการอยู่แล้ว” นายรองรักษ์กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image