พฤกษาผนึกปูนอินทรี สร้างบ้านคาร์บอนต่ำ ลุ้นครึ่งปีหลังเศรษฐกิจ ก่อสร้างคึก
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายอุเทน โลหชิตพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทไม่ค่อยมีความกังวลสถานการณ์การเมืองมากนัก เนื่องจากผ่านจุดรุนแรงมาแล้วประกอบกับสภาวะตลาดโดยรวมของอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 ไม่ค่อยดีอยู่แล้วเป็นไปตามวัฎจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ทุกคนประสบปัญหาเดียวกันหมด คาดหวังในครึ่งหลังของปีนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์น่าจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยหนุนจากการเบิกจ่ายงบประมาณและมาตรการของภาครัฐ รวมถึงโอกาสที่สถาบันการเงินเริ่มกลับมาให้ความสำคัญการให้กู้มากขึ้น และแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่คาดหวังว่าประเทศไทยจะปรับลดตามยุโรปที่เริ่มลดแล้ว
นายอุเทนกล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทยังคงเดินหน้าเปิดตัวตามแผนที่ประกาศไปก่อนหน้านี้เปิด 30 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 29,000 ล้านบาท แต่ด้วยผลประกอบการใน 5 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่ค่อยดี จึงอาจจะขยับเปิดตัวโครงการใหม่ไปในครึ่งปีหลังมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ตลาด ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลลงมาแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ แต่ยังมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย โดยเฉพาะกลุ่มราคาต่ำ 3 ล้านบาท ซึ่งถ้าดูเฉพาะภาพใหญ่ว่าหนี้ครัวเรือนยังคงสูงกว่า 90% จะทำให้สถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยสินเชื่อทำให้เกิดปัญหาเป็นลูกโซ่ตามมา จึงอยากให้สถาบันการเงินของรัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ลงมาดูในรายละเอียดของระดับรากหญ้ามากขึ้น โดยที่ยังคงวินัยการให้กู้ไว้ แต่ควรมีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มที่มีความต้องการ

“ทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 น่าจะโตในบางเซกเมนต์ เพราะยังมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน โดยตลาดบ้านเดี่ยวอาจจะโต ส่วนทาวน์เฮาส์อาจจะติดลบ ขณะที่คอนโดมิเนียมยังต้องรอดูสถานการณ์สิ้นปีนี้“นายอุเทนกล่าว
นายอุเทนกล่าวว่า นอกจากนี้พฤกษายังคงมุ่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต….อยู่ดี มีสุข”ภายใต้ แนวคิด “Green to Great” เดินหน้าพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของ ESG โดยประกาศเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30% ในปี 2573 และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 โดยร่วมเป็นพันธมิตรกับปูนอินทรีตั้งแต่ปี 2562 เลือกใช้ปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow ปูนลดโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันใช้ในโครงการแนวราบ 327 โครงการ สามรถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้เกือบ 5 ล้านตัน เทียบเคียงกับปลูกต้นไม้ทดแทนกว่า 524,483 ต้น โดยในปี 2567 นี้ ตั้งเป้าลดคาร์บอนได้ 15% จากการใช้กรีนแมททรีเรียล
“บ้านแบรนด์พฤกษาเป็นบ้านคาร์บอนต่ำ ใช้ปูนรักษ์โลกยังเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯรายแรกที่ใช้คาร์บอนเคียว เป็นเทคโนโลยีสีเขียวผลิตแผ่นพรีคาสท์คาร์บอนต่ำในการสร้างบ้านนอกจากนี้ พฤกษา ยังเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่ใช้เทคโนโลยี “คาร์บอนเคียว” ในการผลิตแผ่นพรีคาสท์คาร์บอนต่ำสำหรับการก่อสร้างบ้าน จาก 9 โรงงาน มีแล้ว 6 โรงงาน ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ก๊าซเรือนกระจกและลดการใช้ซีเมนต์ลง 5% ยังดีไซน์บ้านให้มีนวัตกรรมช่วยประหยัดงาน เช่น โซล่าเซลลล์ ระบบระบายอากาศ อีจีชาร์จเจอร์ “นายอุเทนกล่าว

นายมนตรี นิธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจปูนซีเมนต์ของประเทศไทย บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจซีเมนต์ในปีนี้ มีแนวโน้มหดตัวและไม่เติบโต ตามปริมาณงานก่อสร้างที่หดตัว ภาวะเศรษฐกิจ งบประมาณที่ล่าช้าและตลาดอสังหาริมทรัพย์ คาดหวังครึ่งปีหลังจะคึกคักขึ้นหลังมีการเบิกจ่ายงบประมาณแล้ว แต่คงต้องดูว่ารัฐจะเร่งจ่ายได้มากขนาดไหน อีกทั้งยังคงมีปัจจัยน่าห่วงเรื่องต้นทุน เช่น ถ่านหิน หากเกิดสงครามขึ้นอีก ส่วนค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับขึ้นมีผลบ้างแต่คงไม่รุนแรงมาก อย่างไรก็ตามจากปัจจัยต่างๆ บริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนแผนระยะสั้นในทุกไตรมาสขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไป เช่น การจัดการเพื่อลดต้นทุนพลังงาน
นายมนตรีกล่าวว่า สำหรับปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow เป็นผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืน ตามเทรนด์โลก โดยเป็นปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกประเภท GU ตามมาตรฐาน มอก. 2594-2556 ที่ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) มีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ทั่วไปมากกว่า 50 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหนึ่งตันซีเมนต์ จึงนำไปคำนวณเรตติ้งสำหรับการจัดอันดับอาคารสีเขียวได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังตอบโจทย์การสร้างบ้าน เช่น เพิ่มความลื่นไหลให้กับคอนกรีต เทเข้าแบบได้ง่าย เป็นต้น
“ปูนอินทรีที่มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกเป็น 1 ในกลยุทธ์ที่จะไปสู่เป้าหมาย มี 3 ส่วน คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานทดแทนจากพลังงานฟลอสซิล ในการเผารวมในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ เช่น พลังงานจากขยะ และนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ เช่น เทคโนโลยีแยกบดเม็ดปูน โดยตั้งเป้าหมายในปี 2573 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 25% เพิ่มศักยภาพการใช้ปูนซีเมนต์ 65% เพิ่มอัตราการใช้พลังงานเชื้อเพลิงทดแทน 40% เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด 50%“นายมนตรีกล่าว


