“ดีแทค”ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ชูแนวคิด “FLIP IT – แค่พลิก ชีวิตก็ง่าย”

14.02.17 | 16:55 น.

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่ปัจจุบันโลกของการสื่อสาร และโทรคมนาคมเติบโต และเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลใจในการใช้งาน โดยเฉพาะความซับซ้อนหรือข้อจำกัดบางประการที่ทำให้ไม่สามารถใช้งานเทคโนโลยีหรือบริการใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ดีแทค จึงได้ปรับภาพลักษณ์แบรนด์เป็น “FLIP IT – แค่พลิก ชีวิตก็ง่าย” เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติทั้งวิธีคิดและวิธีการทำงาน ปลุกพลังของบุคลากรภายในองค์กร ส่งต่อไปยังลูกค้า ตลอดจนวงการโทรคมนาคม รวมทั้งเพื่อกระตุ้นให้ “พลิก” มุมมองชีวิตให้ “ง่าย” กว่าที่คิด ด้วย 4 ขั้นตอนการพลิก ได้แก่

1. To be daring กล้าที่จะลอง พลิกความคิดเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่า เสริมสร้าง ความกระตือรือร้นเพื่อค้นหาแนวทางการทำงานใหม่ๆ 2. To act fast ทำอย่างไว พลิกวิธีคิดให้เกิดเป็นการกระทำ สร้างการเปลี่ยนแปลงต่างๆ รอบตัวอย่างรวดเร็ว 3. To think different พลิกความคิดด้วยแง่มุมที่แตกต่าง ค้นหาความต้องการของลูกค้า แสวงหาแนวทางแก้ปัญหาที่ง่ายและตอบโจทย์มากที่สุด 4. Passion to win ตั้งใจทุ่มเททำงานให้เกินเป้าหมาย มุ่งมั่น และไม่ยอมแพ้ เพื่อให้ได้ชัยชนะในการตอบสนองความต้องการที่มากกว่า และความคาดหวังของลูกค้า


นายสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด ดีแทค กล่าวว่า ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ ดีแทค ได้สร้างสรรค์สินค้าและบริการเพื่อเป็นบทพิสูจน์ กับปรากฏการณ์ “พลิก” มุมมองให้ชีวิตง่ายกว่าที่เคย ดีแทค จึงขอประเดิมพลิกวงการโทรคมนาคม ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับความง่าย และตรงไปตรงมาในทุกการใช้งาน ทั้งเน็ตที่สปีดตก เพราะครบปริมาณการใช้งานในปริมาณสูงสุด(เอฟยูพี) พลิกเป็น เน็ตไม่ลดสปีด โดยไม่มี เอฟยูพี อีกต่อไป เพราะได้เน็ตความเร็วสูงสุดไม่อั้น รวมทั้งการโทรฟรีโดยมีเงื่อนไขตามจำนวนโควต้านาที หรือโทรฟรีเฉพาะคู่รักคนสนิท หรือโทรฟรีเฉพาะบางช่วงเวลา พลิกเป็น โทรฟรีทั้งเครือข่าย ตลอด 24 ชม. ไม่อั้น ไม่มีเงื่อนไข กับข้อเสนอและแคมเปญ “พลิก” ให้ชีวิตง่ายขึ้น ได้แก่ 1. แพคเกจ “Go โนลิมิต” และ ซิม “Go เพลิน” รองรับบริการทั้งโทร และเล่นเน็ตแบบไม่อั้น โดยไม่ต้องกังวลกับเน็ตหมด หรือลดสปีด ให้ลูกค้าได้เลือกรูปแบบแพ็กเกจได้ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองแบบไม่มีลิมิต ทั้งฟังเพลง แชท ชมคลิปวิดีโอออนไลน์ และเล่นเกมส์ โดยลูกค้ายังสามารถใช้บริการโทรในเครือข่ายได้ไม่อั้นตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบรายเดือนเริ่มที่ 499 บาทต่อเดือน และระบบเติมเงินเริ่มที่ 15 บาทต่อวัน

นายสิทธิโชคกล่าวว่า นอกจากนี้ได้เดินหน้าพัฒนา ซุปเปอร์ 4จี ด้วยการขยายจำนวนสถานีฐาน และโครงข่ายภายในอาคารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกอำเภอทั่วประเทศไทย เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เน็ตที่ลื่นที่สุดบนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่กว้างที่สุดในประเทศไทยถึง 20 เมกะเฮิรตซ์ พร้อมนำเสนอบริการที่พลิกทุกข้อจำกัดในการใช้งานด้วย WiFi Calling อีกขั้นของเทคโนโลยี ให้สื่อสารทางเสียงผ่านสัญญาณ WiFi บน ซุปเปอร์ 4จี โดยลูกค้าดีแทคสามารถโทรกลับหรือรับสายผ่านสัญญาณ WiFi จากทั่วทุกมุมโลก เหมือนอยู่ไทย ในอัตราค่าบริการตามแพ็กเกจเดิม ไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่ม