หน้าแรก เศรษฐกิจ โบรกหวังคืนชี...

โบรกหวังคืนชีพกองทุน LTF สกัดทางลงหุ้นไทย-แนะตั้งเงื่อนไขให้ดึงดูดใจ ‘ถือไม่เกิน 5 ปีปฏิทิน’

19.06.24 | 17:34 น.

โบรกหวังคืนชีพกองทุน LTF สกัดทางลงหุ้นไทย-แนะตั้งเงื่อนไขให้ดึงดูดใจ ‘ถือไม่เกิน 5 ปีปฏิทิน’ แต่ห้ามซื้อหุ้นตปท.


นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยว่า กรณีกระทรวงการคลังประกาศว่าจะนำกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund: LTF) กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อเพิ่มเม็ดเงินในตลาดหุ้นไทย และเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมานั้น ความหวังในตอนนี้ของตลาดหุ้นไทย หากนำกองทุนแอลทีเอฟกลับมาใช้จริง ก็ไม่ได้หวังว่าจะช่วยพยุงหุ้นกลับไปเป็นขาขึ้นได้เร็วมากขนาดนั้น เอาแค่เพียงหยุดให้หุ้นไทยพ้นจุดขาลงอย่างต่อเนื่องเหมือนในปัจจุบันให้ได้ก่อนก็พอ

นายวิจิตร กล่าวว่า การนำกองทุนแอลทีเอฟมาใช้ อาจเป็นปัจจัยช่วยหยุดช่วงการปรับลดลงของดัชนีหุ้นไทยได้บ้าง สามารถกระตุกความเชื่อมั่นขึ้นได้ เพราะมีเม็ดเงินใหม่ๆ ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทย หลังจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลออกจากตลาดหุ้นไทย เพราะมีการขายสุทธิตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันหลักแสนล้านบาทแล้ว เม็ดเงินกองทุนที่มีอยู่ในตลาดตอนนี้ก็เป็นเม็ดเงินเก่าที่ใช้หมุนซื้อขายหุ้นไทย หากหุ้นในมือราคาขึ้นสูงแล้วก็ขายก่อนนำกลับมาซื้อหุ้นที่อยู่ล่างกว่าสลับวนไป ทำให้ไม่มีเม็ดเงินใหม่เข้ามา เมื่อมีกองทุนแอลทีเอฟ ก็เท่ากับจะมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาสนับสนุนตลาดในช่วงไตรมาส 4 ของปี เพื่อใช้รับประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี

นายวิจิตร กล่าวว่า ข้อกำหนดหลักๆ ที่จะทำให้การฟื้นกองทุนแอลทีเอฟกลับมาช่วยพยุงหุ้นไทยได้อย่างแท้จริง ต้องกำหนดให้ซื้อได้เฉพาะหุ้นไทยเท่านั้น เพราะหากปล่อยให้ซื้อหุ้นต่างประเทศได้ ก็จะไหลไปหุ้นนอกกันหมด เนื่องจากปัจจุบันนักลงทุนไทยก็ซื้อหุ้นนอกกันเยอะ ซึ่งซื้อได้ง่ายและได้กำไรมากกว่า หุ้นในประเทศเองยังไม่ซื้อด้วยซ้ำ หากจะดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนได้ ต้องกำหนดระยะเวลาถือครองไม่เกิน 5 ปีปฏิทิน หากยาวกว่านี้จะไม่จูงใจแล้ว เหมือนภาพในอดีตที่มีบทเรียนให้เห็นว่า หากดึงออกไป 7 ปีปฏิทินขึ้นไป จะมีความสนใจลงทุนน้อยลง รวมถึงวงเงินในการลงทุนจะต้องสูงกว่าเดิม อยู่ประมาณ 3-5 แสนบาท ถือว่าเหมาะสมในการลงทุน หากกำหนดเพียง 1 แสนบาท ก็ต้องบอกว่าไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก

Advertisement

“การฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน มาตรการที่จะออกมาช่วยยังไม่เห็นแบบชัดเจน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ล่าช้ากว่าเดิม และมีคำถามว่าจะเกิดได้หรือไม่ อย่างดิจิทัลวอลเล็ต อีกทั้งมาตรการดูแลตลาดหุ้นไทยในการแก้ไขปัญหาโรบอตเทรด ที่ยังไม่ออกมา ซึ่งจะเห็นว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) วางแผนออกแนวมาตรการในไตรมาส 3-4 ปีนี้อีกค่อนข้างมาก แต่ก็ยังไม่มีความมั่นใจว่าออกมาแล้วจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร หรือล่าช้าเกินไปหรือไม่ เพราะส่วนตัวมองว่าเรื่องโรบอตเทรดกับชอร์ตเซล เป็นปัญหาที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยพัง ซึ่งตอนนี้ยังไม่เห็นมาตรการที่เข้ามาแก้ไขได้อย่างมีนัยยะขนาดนั้น” นายวิจิตร กล่าว

นายวิจิตร กล่าวว่า ปัญหาการเมืองในประเทศไทย ในระยะถัดไปจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยน้อยลง เพราะคนเริ่มเบื่อกับสถานการณ์ที่ถูกลากออกไป ไม่สามารถถึงจุดจบได้ สิ่งที่นักลงทุนต้องการคือ ความชัดเจน เชื่อมั่นส่วนใหญ่นักลงทุนไม่ได้สนใจว่าภาพท้ายที่สุดจะออกมาอย่างไร ขอแค่มีความชัดเจนออกมาก่อนก็ได้ ทำให้ในระหว่างทางที่ยังไม่เกิดความชัดเจนออกมา ความกังวลที่มีอยู่จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นที่มีความผันผวนต่อไป