เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวภายหลังการลงพื้นที่หารือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ว่า กรมได้เสนอให้ผู้ประกอบการสถานบันเทิงในพื้นที่หาดสำคัญ อาทิ หาดป่าตอง หาดกะรน ไปจัดทำแผนการรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาใช้บริการในสถานบันเทิง เพื่อการันตีในเรื่องความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว หากภาครัฐอนุญาตให้มีการจัดพื้นที่ (โซนนิ่ง) ขยายเวลาปิดสถานบันเทิงได้จริง ตามที่ภาคเอกชนยื่นข้อเสนอมา หลังภาครัฐได้จัดระเบียบการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกำหนดเวลาปิดสถานบันเทิงในเวลา 01.00 น. จนส่งผลต่อยอดนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวน้อยลง เพราะไม่ตอบโจทย์พฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ จนผู้ประกอบการในพื้นที่ประเมินว่าสูญเสียรายได้ไปถึง 50 ล้านบาทต่อวัน
“ภาคเอกชนท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ตได้หารือกับกรมถึงความเป็นไปได้ในการการยืดเวลาปิดสถานบันเทิงกลางคืนถึง 04.00 น. เพราะได้รับความเดือดร้อนนักท่องเที่ยวมาลดลง ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้ง ก่อนที่จะนำแนวทางต่างๆ ต่อพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นำไปหารือกับกระทรวงมหาดไทยที่ดูแลในเรื่องดังกล่าวว่า ว่าจะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด หากจะใช้จริงก็จะนำร่องที่บางพื้นที่ของ จ.ภูเก็ตเท่านั้น ไม่ใช่ทำทุกจังหวัดแหล่งท่องเที่ยว แต่สิ่งสำคัญคือ การดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ภาคเอกชนก็ต้องจัดทำแผนให้เห็นภาครัฐ เห็นด้วยว่าหากขยายเวลาการปิดให้จริงจะดูแลนักท่องเที่ยวให้ปลอดภัยอย่างไรบ้าง” นางสาววรรณสิริ กล่าว
นายภูริต มาศวงศ์ศา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภาคเอกชนสนับสนุนให้ภาครัฐขยายเวลาการปิดสถานบันเทิง เนื่องจากมองว่า เป็นการควบคุมและดูแลนักท่องเที่ยวได้ดีกว่าการที่สถานบันเทิงปิดเร็ว และนักท่องเที่ยวต้องไปดื่ม สังสรรค์กันตามริมทางริมทะเล ซึ่งมองว่าจะเป็นอันตรายมากกว่า โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อตัวนักท่องเที่ยวได้ ทั้งนี้ ภูเก็ตถือเป็นจังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก ดังนั้น หากมีธุรกิจด้านการท่องเที่ยวใดได้รับผลกระทบต้องมีการปิดกิจการก็จะได้รับความเดือดร้อนอื่นๆ ตามมาเป็นห่วงโซ่ เช่น สถานบันเทิงต้องปิดกิจการ เพราะไม่มีรายได้หรือ รายได้ลดลง ก็ต้องหยุดการจ้างพนักงาน ส่งผลกระทบเป็นวงจร ส่วนทางกับนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมให้ภาคการท่องเที่ยวเป็นรายได้สำคัญของประเทศ อย่างไรก็ตาม หากมีการขยายเวลาจริง ภาคเอกชนก็จะมีการไปทำแผนดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อนำเสนอให้กับภาครัฐต่อไป

