พณ.เผย ส่งออก พ.ค.โต 7.2% ขยายตัวต่อเนื่องเดือนที่ 2 มั่นใจส่งออกปีนี้ เข้าเป้า 1-2%

พณ.เผย ส่งออก พ.ค. โต 7.2% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 มั่นใจส่งออกปี 67 เข้าเป้า 1-2%

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย ประจำเดือนพฤษภาคม 2567 การส่งออกของไทยในเดือนพฤษภาคม 2567 มีมูลค่า 2.62 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 7.2% โดยมูลค่าสูงสุดในรอบ 14 เดือน และขยายตัวเป็นบวก 2 เดือนติดต่อกัน ทั้งนี้ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 6.5% การส่งออกไทย

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 2.55 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1.7% คิดเป็นเงินบาท ส่งผลให้ภาวะการค้าเดือนพฤษภาคม 2567 เกินดุลการค้า 656.1 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับภาพรวม 5 เดือนแรกของปี 2567 การส่งออก มีมูลค่า 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 1.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3.5% ส่งผลให้ดุลการค้า 5 เดือนแรกของปี 2567 ขาดดุล 5,460.7 ล้านเหรียญสหรัฐมูลค่าการค้าในรูปเงินบาท

“การส่งออกเดือนพฤษภาคม 2567 ที่ขยายตัวได้ดี มีนัยสำคัญ ทำให้ดุลการค้ากลับมาเกินดุลในรอบ 5 เดือน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการส่งออกสินค้าเกษตร เนื่องจากเป็นเดือนที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ขณะเดียวกันภาคการผลิตของโลกฟื้นตัวได้ดี สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของโลก (Global PMI) ที่มีทิศทางขยายตัวเร่งขึ้น ตามเศรษฐกิจโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายพูนพงษ์กล่าว

ADVERTISMENT

ADVERTISMENT

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ด้านมูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนพฤษภาคม 2567 การส่งออก มีมูลค่า 9.60 แสนล้านบาท ขยายตัว 15.1% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 9.47 แสนล้านบาท ขยายตัว 5.5% ดุลการค้า เกินดุล 1.32 หมื่นล้านบาท ขณะที่ ภาพรวม 5 เดือนแรกของปี 2567 การส่งออก มีมูลค่า 4.298 ล้านล้านบาท ขยายตัว 8.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 4.542 ล้านล้านบาท ขยายตัว 8.8% ดุลการค้า 5 เดือนแรกของปี 2567 ขาดดุล 2.439 ล้านล้านบาท

นายพูนพงษ์กล่าวอีกว่า สำหรับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น มาจากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ที่เพิ่มขึ้น 19.4% โดยสินค้าเกษตร เพิ่ม 36.5% สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 0.8 สินค้าสำคัญที่เพิ่มขึ้น เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ยางพารา อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป สิ่งปรุงรสอาหาร นมและผลิตภัณฑ์นม ส่วนสินค้าที่ลดลง เช่น ข้าว อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ทั้งนี้ 5 เดือนของปี 2567 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 4.7%

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 4.6% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ทองแดงและของทำด้วยทองแดง ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง แผงวงจรไฟฟ้า เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 5 เดือนของปี 2567 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 2.4%

นายพูนพงษ์กล่าวว่า สำหรับตลาดส่งออกสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัว สอดคล้องกับเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่มีทิศทางดีขึ้น และแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการผลิตโลก โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดจีนที่กลับมาขยายตัวในรอบ 4 เดือน และตลาดสหรัฐและกลุ่มประเทศ CLMV ที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง ทั้งนี้ ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่างๆ สรุปได้ดังนี้ ตลาดหลัก ขยายตัว 8.0% โดยขยายตัวต่อเนื่องในตลาดสหรัฐ 9.1% และ CLMV 9.6% และdkiกลับมาขยายตัวในตลาดจีนที่ 31.2% ขณะที่กลับมาหดตัวในตลาดอาเซียน 0.6% และ สหภาพยุโรป 5.4% แต่หดตัวต่อเนื่องในญี่ปุ่น 1.0%

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ด้านตลาดรอง ขยายตัว 5.1% โดยขยายตัวในตลาดเอเชียใต้ 22.4% ลาตินอเมริกา 14.8% รัสเซียและกลุ่ม CIS 2.7% ขณะที่หดตัวในตลาดทวีปออสเตรเลีย 1.4% ตะวันออกกลาง 8.1% และแอฟริกา 19% และสหราชอาณาจักร 1.5% ส่วนตลาดอื่นๆ ขยายตัว 11.5% อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ ขยายตัว 28.1%

นายพูนพงษ์กล่าวว่า สำหรับการส่งเสริมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ และแนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป กระทรวงพาณิชย์ดำเนินงานที่สำคัญในเดือนพฤษภาคม อาทิ 1.การส่งเสริมการส่งออก ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยในด้านภาพยนตร์และอาหาร เข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลก Cannes Film Festival 2024 ที่เมืองคานส์ 2.การเสริมสร้างความมั่นใจในการเป็นครัวมาตรฐานโลกของไทย หารือกับเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทยแสดงความพร้อมในการเป็นแหล่งส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร ทั้งผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพปลอดภัยไร้สารตกค้าง

นายพูนพงษ์กล่าวว่า และ 3.การเพิ่มช่องทางการส่งออกสินค้าผลไม้โดยใช้อินฟลูเอนเซอร์โดยพาณิชย์จังหวัดจันทบุรีร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าต่างประเทศ ณ นครกว่างโจว จัดกิจกรรมร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์จากจีนในการไลฟ์สดขายทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรี ตามนโยบายเพิ่มช่องทางการตลาดแบบใหม่โดยใช้อินฟลูเอนเซอร์ของกระทรวงพาณิชย์

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ส่วนแนวโน้มการส่งออกในปี 2567 กระทรวงพาณิชย์คาดว่า การส่งออกของไทยในปี 2567 จะยังเติบโตได้ดีโดยได้รับปัจจัยหนุนจากการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ช้าแต่มั่นคง โดยการประเมินขององค์การการค้าโลก (WTO) ระบุว่าปริมาณการค้าโลกจะขยายตัว 2.6% จากปีก่อนหน้า จากปัญหาเงินเฟ้อที่บรรเทาเบาบางลง และท่าทีของธนาคารกลางแต่ละประเทศที่มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนและการผลิตโลกให้ฟื้นตัวอีกครั้ง โดยกระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายการส่งออกของไทยในปีนี้ไว้ที่ 1-2%

นายพูนพงษ์กล่าวว่า อย่างไรก็ดียังมี ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งปัญหาค่าระวางเรือที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นในบางเส้นทางอาจเป็นปัจจัยลบต่อการส่งออกไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้นอกจากนี้ ผลการเลือกตั้งของแต่ละประเทศยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อนโยบายการค้าที่มีต่อการค้าระหว่างประเทศของไทยด้วย

ขณะที่ นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนมีความเป็นห่วงค่าระวางเรือที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2567 โดยเฉพาะเส้นทางที่ไปยุโรป โดยสายเดินเรือส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงเส้นทางทะเลแดง โดยจะอ้อมไปแหลมกู๊ดโฮปแทน ส่งผลให้ระยะเวลาการเดินเรือยาวนานมากขึ้นจากเดิม 1 เดือน เป็นเพิ่มขึ้นอีก 15-20 วัน นอกจากนี้เส้นทางเดินเรือไปยังสหรัฐเช่นกันเนื่องจากการเร่งการส่งออกสินค้าของจีนไปยังสหรัฐ

นายชัยชาญกล่าวว่า โดยเส้นทางไปยุโรปค่าระวางเรือปรับขึ้นจาก 2,000 เหรียญสหรัฐ ต่อตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต หรือตู้สั้น เป็น 4,000 เหรียญสหรัฐต่อตู้สั้น ส่วนค่าระวางเรือสหรัฐ ปรับตัวขึ้นจาก 3,400 เหรียญสหรัฐต่อตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต หรือตู้ยาว เป็น 8,000 เหรียญสหรัฐตู้ยาว ซึ่งคงต้องจับตาสถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์อย่างต่อเนื่อง คาดว่าในไตรมาส 3 ค่าระวางเรือก็ยังคงสูง

“สำหรับภาพรวมการส่งออกของไทยยังมีโมเมนตัมที่ดี ถือได้ว่าในเดือนพฤษภาคมทำได้ดี เพราะฉะนั้น คาดในเดือนมิถุนายน 2567 การส่งออกของไทยจะมีมูลค่า 2.4-2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดการณ์ว่าในครึ่งแรกของ 2567 การส่งออกของจะขยายตัวได้ 2%” นายชัยชาญกล่าว

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image