เปิด 10 ทำเล ที่อยู่อาศัย ยอดขาย บ้าน-คอนโด สูงสุด
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์(REIC) เปิดเผยว่าผลจากการสำรวจภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยทั้งโครงการแนวราบและอาคารชุดในกรุงเทพฯและ 5 จังหวัดปริมณฑล ในไตรมาส 1 ปี 2567 พบว่าหลังจากที่ได้ผ่านไตรมาส 1 ตัวเลขภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศและเครื่องชี้ภาวะอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นไปในทิศทางชะลอตัวลง คาดว่าภาพรวมทั้งปี 2567 จะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้ามาสู่ตลาด 103,930 หน่วย มูลค่ารวม 637,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0และร้อยละ 7.0 ตามลำดับ ซึ่งแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร จำนวน 51,369 หน่วย มูลค่า 420,635 ล้านบาทและโครงการอาคารชุด จำนวน 52,561 หน่วย มูลค่า 217,271 ล้านบาท
สำหรับสถานการณ์ตลาดบ้านแนวราบในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในไตรมาส 1 ปี 2567 มีหน่วยเสนอขายทั้งสิ้น 137,483 หน่วย มูลค่า 910,268 ล้านบาท จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.1 ขณะที่มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดขายได้ใหม่มีจำนวน 9,679หน่วย มูลค่า 62,863 ล้านบาท โดยลดลงร้อยละ 16.1และร้อยละ 9.3
โดย 5 ทำเลที่มีหน่วยขายได้ใหม่สูงสุด
อันดับ 1 โซนบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง จำนวน 2,161 หน่วย มูลค่า 14,411 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนเมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ จำนวน 1,295 หน่วย มูลค่า 5,703 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนบางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย จำนวน 1,210 หน่วย มูลค่า 6,558 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนลำลูกกา-ธัญบุรี จำนวน 703 หน่วย มูลค่า 3,179 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนเมืองสมุทรสาคร จำนวน 696 หน่วยมูลค่า 3,644 ล้านบาท
ด้าน ตลาดอาคารชุดในไตรมาส 1 มีหน่วยเสนอขาย 91,565 หน่วย มูลค่า 397,717 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.9 และร้อยละ 25.9 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับยอดขายได้ใหม่มีจำนวน 5,940 หน่วย มูลค่า 27,207ล้านบาท ลดลงร้อยละ 39.0 และร้อยละ 24.5 ตามลำดับ
โดย 5 ทำเลที่มีขายได้ใหม่สูงสุด ประกอบด้วย
อันดับ 1 โซนคลองหลวง จำนวน 1,057 หน่วย มูลค่า 1,794 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศจำนวน 487 หน่วย มูลค่า 1,472 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัด จำนวน 441 หน่วย มูลค่า 1,861 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง จำนวน 439 หน่วย มูลค่า 1,692 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด จำนวน 421หน่วย มูลค่า 987 ล้านบาท

