พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่า ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเช่าที่ดิน ส.ป.ก. ระหว่างภาคเอกชนกับ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งปัจจุบันมีภาคเอกชนหลายรายเช่าที่ดิน ส.ป.ก.เพื่อดำเนินการธุรกิจการผลิตกระแสไฟฟ้าจากกังหันลม หรือ วินด์ฟาร์ม ซึ่งปัจจุบันได้ข้อยุติแล้วว่ามีทั้งหมด 15 บริษัท แบ่งเป็น ดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟแล้ว 5 บริษัท อีก 10 บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งขณะนี้ได้ให้ สำนักงาน ส.ป.ก.เร่งดำเนินการลงสำรวจข้อเท็จจริงทั้ง 15 บริษัท ว่า ได้ดำเนินการตามสัญญาหรือไม่ โดยคาดว่าใช้เวลา 45 วันน่าจะมีความชัดเจนว่าถูกต้องตามที่กฎหมายระบุหรือไม่
“การดำเนินการตรวจสอบนั้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. รายละเอียดในสัญญาของทั้ง 15 บริษัท และหลักฐานที่แต่ละบริษัทสามารถแสดงได้ว่าได้ดำเนินการที่เกษตรกรได้รับประโยชน์จริงตามสัญญา และ 2. การตรวจสอบข้อมูลจากเกษตรกรในพื้นที่ว่าได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมจริงหรือไม่อย่างไร โดยยึดเอาบรรทัดฐานจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกเลิกโครงการกังหันลม เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าของ บริษัท เทพสถิต วินด์ฟาร์มเนื่องจากชี้ชัดว่าเกษตรกรไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากกิจกรรมของบริษัท”พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้หารือกับรัฐมนตรีว่ากระทรวงพลังงาน กรณีบริษัทใดไม่ปฏิบัติตามที่ได้ตกลงไว้ ทางกระทรวงพลังงานจะเตรียมการหาพลังงานทดแทนต่อไป ซึ่งทั้ง 2 กระทรวงจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยหลังจากได้ผลการตรวจสอบ ครบ 45 วัน กระทรวงเกษตรฯ ก็จะรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรว่าบริษัทใดทำอย่างถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร เพื่อจะได้เตรียมการในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป
“กรอบระยะเวลา 45 วันที่กระทรวงเกษตรฯ กำหนดไว้ ทางกระทรวงพลังงานก็เห็นด้วยว่าเหมาะสม เนื่องจากหลายบริษัทมีห้วงสัญญาว่าต้องจ่ายไฟเมื่อไหร่อย่างไร ซึ่งระหว่างการตรวจสอบระยะเวลาของสัญญาก็เดินไป จึงคาดว่าระยะเวลา 45 วัน เพื่อตรวจสอบทั้งข้อมูลที่ได้จากบริษัท และภาคสนามที่จะไปสอบถามเกษตรกร ดูจากข้อมูลจริงในพื้นที่ว่าให้ประโยชน์กับเกษตรกรโดยตรง เช่น มีการจัดตั้งกองทุนฯ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต ที่หรือทางอ้อม เช่น มีการสร้างถนน เกิดเส้นทางที่สามารถขนส่งสินค้าเกษตรได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ทางอ้อม ทั้งหมดก็ต้องเอามาพิจารณากัน โดยระหว่างการตรวจสอบทั้ง 5 บริษัทที่ดำเนินการอยู่ก็ดำเนินการต่อไปได้ตามปกติจนกว่าจะได้ข้อสรุปจากผลการตรวจสอบอีกครั้ง”พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

