เจ้าของธุรกิจ หนุนยก เลิกโทษทางอาญาคดีเช็ค ชี้เป็นต้นทุนสังคมกว่าปีละพันล้าน
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน นายนรเทพ บุญเก็บ เลขาธิการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยถึงการเรียกร้องขอให้มีการยกเลิกโทษทางอาญาคดีเช็ค ว่า จากก่อนหน้านี้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 ที่ประชุมลงมติในวาระที่ 1 รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 พ.ศ.. ไว้พิจารณา
และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในวาระที่ 2 ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเช็คเป็นตราสารที่เปลี่ยนมือได้ชนิดหนึ่งที่ใช้ในทางธุรกิจ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านเช็คถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบังคับชำระหนี้ผ่านการดำเนินคดีอาญา เนื่องจากการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ตามกฎหมายนั้น หากมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คหรือออกเช็คโดยไม่มีเงินในบัญชีอันจะพึงจ่ายให้ได้ จะเป็นความผิดและมีโทษทางอาญา
ดังนั้น ในทางธุรกิจ หากเช็คถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน (เช็คเด้ง) แม้เป็นหนี้ในทางการค้าหรือทางธุรกิจก็ตาม ลูกหนี้หรือผู้สั่งจ่ายจะถูกบีบด้วยการดำเนินคดีอาญาเป็นวิธีการบังคับชำระหนี้ที่แลกกับอิสรภาพของลูกหนี้มาอย่างยาวนาน ลูกหนี้ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาในภาวะธุรกิจที่ผันผวน หรือขาดสภาพคล่อง โดยเฉพาะลูกหนี้ที่เป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
” ความพยายามที่จะยกเลิกโทษทางอาญาสำหรับกรณีเช็คมีมาตั้งแต่ปี 2545 เหตุผลคือไม่ควรมีใครต้องติดคุกเพราะธุรกิจที่สุจริต ควรใช้วิธีบังคับชำระหนี้ทางแพ่งตามหลักสากลทั่วไป แต่มีอีกหลายกรณีที่ผู้สั่งจ่ายเช็ค หรือลูกหนี้ เจตนาทุจริตชัดเจน เช่น สั่งจ่ายเช็คทั้งๆที่บัญชีปิดแล้ว แม้จะสามารถดำเนินคดีกับลูกหนี้ประเภทนี้ฐานฉ้อโกงได้อีกส่วนหนึ่ง แต่ยังมีข้อกังวลว่าหากยกเลิกโทษทางอาญาแล้ว จะมีมาตรการอื่นมารองรับ ลูกหนี้ที่มีเจตนาร้ายเหล่านี้อย่างไร ในต่างประเทศมีการบัญญัติความผิดกรณีที่ลูกหนี้มีเจตนาที่ออกเช็คโดยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีเงินตามเช็ค แนวทางนี้เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ควรต้องนำมาใช้โดยกำหนดโทษไว้สำหรับผู้ที่ออกเช็คโดยเจตนาทุจริตชัดเจน ส่วนผู้ประกอบธุรกิจที่มีหนี้ทางการค้า ที่ดำเนินธุรกิจไม่ควรต้องรับโทษในทางอาญา ”
นายนรเทพ กล่าวว่า การยกเลิกโทษทางอาญาสำหรับกรณีเช็คนี้จะเป็นการยืนยันหลักการว่าหนี้ทางแพ่งควรต้องถูกบังคับในมาตรการทางแพ่ง ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 77 ที่บัญญัติว่า รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์
หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตหรือการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้า เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง ที่กำหนดให้บุคคลจะถูกจำคุกเพียงเพราะเหตุว่าไม่สามารถปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญามิได้
นายนรเทพ กล่าวต่อว่า อีกทั้งการกำหนดให้คดีเช็คมีความรับผิดทางอาญา จากการวิจัยของ TDRI ชี้ให้เห็นว่า ก่อให้เกิดต้นทุนในระดับที่สูงต่อสังคมปีละ 1,117 ล้านบาท โดยทำให้มีคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจำนวนมาก เป็นเหตุให้การพิจารณาคดีอื่นๆโดยรวมดำเนินไปด้วยความล่าช้า ไม่สามารถนำทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปใช้ในการพิจารณาคดีร้ายแรงที่มีความสำคัญสูงกว่าได้ และด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันได้เกิดทางเลือกในการชำระหนี้ที่มีประสิทธิผลมากมาย ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องยกเลิกโทษในทางอาญาสำหรับการใช้เช็คชำระหนี้โดยสุจริต

