‘สุชาติ’ ชี้ช่องทางตลาดในและต่างประเทศแก่ผู้ประกอบการถุงพลาสติกสาน สยามแฟล็กซ์แพ็ค จำกัด โอกาสโตยังเปิดกว้าง!
วันที่ 2 กรกฎาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา หารือกับผู้บริหาร บริษัท สยามเฟล็กซ์แพ็ค จำกัด ผู้ประกอบการผู้ผลิตสินค้าถุงกระสอบพลาสติก สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ให้กับผู้ประกอบการ เพื่อใช้ประโยชน์จากอัตราภาษีภายใต้ความตกลง FTA ขยายตลาดส่งออก พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนด้านการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นายสุชาติกล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ลงพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมา ณ บริษัท สยามเฟล็กซ์แพ็ค จำกัด เพื่อพบหารือกับผู้บริหาร บริษัท สยามเฟล็กซ์แพ็ค จำกัด ผู้ประกอบการถุงกระสอบพลาสติกสาน ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าและแนวทางการเปิดตลาดใหม่ โดยใช้ประโยชน์จาก FTA รวมถึงการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นายสุชาติกล่าวว่า “บริษัท สยามแฟล็กซ์แพ็ค จำกัด เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับการยอมรับเป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่ายและผู้ส่งออก ถุงกระสอบพลาสติกสาน (ถุงจัมโบ้) ชั้นนำของประเทศไทย ด้วยคุณภาพ และรูปแบบของสินค้าที่หลากหลาย เหมาะแก่การเก็บรักษา การบรรจุและขนย้าย สินค้าที่เป็นผง เม็ดต่างๆ เช่น สินค้าเกษตร ข้าว, แป้ง, น้ำตาล สินค้าเคมีและเหมืองแร่ เช่น ปูน, ดินขาว สินค้าเส้นใยโพลีเอสเตอร์ สินค้า ยา และอุปโภคบริโภค เช่น กาแฟ, ครีมเทียม, อาหารต่างๆ ซึ่งบริษัทมีกำลังการผลิตถุงจัมโบ้มากกว่า 2 ล้านใบต่อปี ใช้วัตถุดิบเม็ดพลาสติก PP ที่มีคุณภาพในกระบวนการผลิตและเครื่องจักรทันสมัยจากยุโรป ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมกว่า 30 ปี จึงสร้างความมั่นใจให้แก่กลุ่มผู้ผลิตสินค้า และลูกค้า
ทั้งนี้ บริษัทยังได้รับการรับรองการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ISO 9001:2015 จากบริษัท TUVNORD (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงกลุ่มลูกค้าชั้นนำระดับสากลทั่วโลก
นายสุชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือผู้ประกอบการเรื่องการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจะต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าสินค้าที่ผลิตได้ในพื้นที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างไร และมีจุดเด่นอย่างไร ตลอดจนมีปริมาณความต้องการใช้มากน้อยเพียงใด เพื่อที่จะจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และขยายตลาดส่งออก
โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศทำหน้าที่ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี FTA ให้กับผู้ประกอบการ ในการใช้ประโยชน์จากอัตราภาษีภายใต้ความตกลง FTA รวมทั้งประสานงานร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและกรมการค้าต่างประเทศ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้เข้าร่วมโครงการต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ทั้งในและต่างประเทศ ดังเช่นงานแสดงสินค้าด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง (TILOG – LOGISTIX) ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าและบริการด้านโลจิสติกส์ เทคโนโลยี และโซลูชั่นด้านอินทราโลจิสติกส์ที่ครบครันที่สุดในอาเซียน+6 ที่จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 15 ส.ค.2567-17 ส.ค.2567 ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมและขยายตลาดการส่งออกสินค้าไทยที่มีศักยภาพและเป็นที่ต้องการในตลาดโลก

