ลุ้นไม่เลื่อนอีก 4 ก.ค. ‘ภูมิธรรม’ ประกาศชื่อผู้ชนะประมูลข้าว 10 ปี กล่อม ‘วีเอท’ เพิ่มเป็น 19.073 บาทต่อโล
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการประมูลข้าวค้างสต๊อก 10 ปี พิจารณาคุณสมบัติของบริษัทผู้ประมูลข้าว การเข้ามาอย่างน้อยต้องไม่ผิดทีโออาร์ที่กำหนดไว้ หากผิดก็ต้องยกเลิก โดยหากมีบริษัทที่เข้ามาตามเงื่อนไขของทีโออาร์ ต้องมาดูว่าเป็นอันดับที่เท่าใดจากทั้งหมด 7 บริษัท โดยพิจารณาว่าบริษัทที่เสนอประมูลเข้ามามีศักยภาพที่จะประมูลได้จริงหรือไม่ ต่อรองราคาที่ดีที่สุดได้จริง โดยยืนยันว่าเงื่อนไขตามทีโออาร์ทุกอย่างได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว ส่วนกรณีความกังวลการใช้บริษัทตัวแทนแฝง หรือนอมินีเข้ามาประมูลนั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจในการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา ว่าจะมองอย่างไร
นายภูมิธรรมกล่าวว่า การเจรจาต่อรองด้านราคาในขั้นต้นของผู้ประมูลรายแรก ถือว่าจบแล้ว หากไม่มีอะไรเพิ่มเติม อาทิ ข้อสงสัยหรือคำครหา ผู้ประมูลรายแรกก็ควรได้ไป โดยให้ราคาเพิ่มอีก 0.03% แต่หาก 19.07 เป็น 19.073 หรือให้ราคาเพิ่มอีกประมาณ 1 หมื่นบาทต่อกระสอบ ถือว่าให้ราคาที่เพิ่มขึ้น เหลือเพียงขั้นตอนการพิจารณาแล้วว่า จะตกลงกับราคาที่ให้มาหรือไม่ โดยหากรายที่ 1 ได้ไป คิดเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 286 ล้านบาท จะจ่ายภายใต้เงื่อนไขอะไร สัญญาแบบใด อาทิ หากทิ้งงานจะแก้ไขอย่างไร สามารถยึดเงินได้ทั้งหมดหรือไม่ ซึ่งจะต้องมาตกลงร่วมกันอีกครั้ง
นายภูมิธรรมกล่าวว่า เมื่อมีข้อสงสัยในส่วนต่างๆ เกิดขึ้นมา ตามหน้าที่ก็ต้องหาข้อพิสูจน์ทราบให้ได้ เพื่อตอบข้อสงสัยเหล่านั้น ความจริงหากไม่คิดถึงส่วนประกอบอื่นตามทีโออาร์ ต้องบอกว่าเราคงตัดสินใจได้แล้ว เนื่องจากในด้านราคาที่ได้ก็ถือว่าสูงใช้ได้ แต่เมื่อมีข้อสงสัยก็ต้องพิจารณาอีกครั้ง โดยสิ่งที่ทำอยู่คือ สั่งให้ตรวจสอบบริษัทผู้ประมูลทั้งหมดทุกราย ไม่ได้เลือกว่าจะตรวจรายใด หรือไม่ตรวจรายใด แต่ทำเหมือนกันหมด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งจะต้องรอดูผลการตรวจสอบอีกครั้งตามรายละเอียดของทีโออาร์ และเป็นไปตามดุลพินิจของคณะกรรมการสรรหาด้วย
“ด้วยความที่ข้าวมีอายุเป็น 10 ปีแล้ว ก็อยากให้พิจารณาเร็วที่สุด เพื่อให้ข้าวออกไปสู่ท้องตลาดได้เร็ว ประชาชนจะได้หมดห่วง โดยกระบวนการดำเนินการทั้งการตรวจสอบและพิจารณา ได้สั่งการให้เสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งพยายามเร่งรัดและคิดว่าในเวลา 7 วันนี้น่าจะเพียงพอ โดยการตรวจสอบครั้งนี้หากจบลงได้ ก็อยากให้จบเลย แต่หากเกิดข้อสงสัย หรือตรวจสอบแล้วผู้ประมูลยังไม่ตรงคุณสมบัติ ก็อาจต้องประกาศเลิกก่อน และมาดูว่าเงื่อนไขของทีโออาร์ คุณสมบัติมีอะไรเกินความจำเป็นของการระบายข้าวออกสู่ตลาดหรือไม่” นายภูมิธรรมกล่าว
ทั้งนี้ วันนี้ (3 ก.ค.) คณะกรรมการฯพิจารณาเสร็จสิ้น และเคลียร์ข้อสงสัยทุกอย่างได้หมด ก็ไม่มีปัญหา และน่าจะประกาศผลได้วันที่ 4 ก.ค.นี้เลย หลังจากนั้น อคส.ก็จะเรียกมาทำสัญญาตามเวลาที่กำหนด
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ขณะนี้ไม่ว่าราคาที่บริษัทวีเอทให้สูงขึ้นถือว่าไม่น่าห่วง แต่สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ห่วงมาก คือ ทุกเรื่องต้องไม่กระทบตามหลังมาและไม่ให้เกิดข้อสงสัยเกิดขึ้นอีก ดังนั้น การตรวจสอบเชิงลึกในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ขอข้อมูลพื้นที่จากหน่วยงานกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น โดยยังตรวจสอบและขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ลงไปดูในเรื่องทะเบียนผู้ใช้แรงงานทั้งของผู้บริหารและเกี่ยวข้องกับบริษัทวีเอททั้งหมดว่าขึ้นทะเบียนแรงงานอย่างถูกต้องตามหลักของกฎหมายหรือไม่ เพราะตรงนี้จะทำให้รับทราบถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทวีเอททั้งหมดมีที่มาที่ไปอย่างไร หากถูกต้องก็เชื่อมั่นได้ว่าเป็นบริษัทที่ดีและมีคุณภาพ

