‘บีโอไอ’ จีบ ‘บีวายดี’ ตั้งบ.แม่ในภูมิภาคที่ไทยต่อ หลังทุ่ม 3.5 หมื่นล้าน เปิดโรงงานแห่งแรก

4.07.24 | 15:45 น.

‘บีโอไอ’ จีบ ‘บีวายดี’ ตั้ง บ.แม่ในภูมิภาคที่ไทยต่อ หลังทุ่ม 3.5 หมื่นล้าน เปิดโรงงานแห่งแรก ระยอง- “ไฮโซพก” ปัดตอบรมต.จิราพรจี้แจงปมลูกค้าโวยดัมพ์ราคา

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จ.ระยอง บีวายดี และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าบีวายดีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ทำพิธีเปิดโรงงานบีวายดีประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

โดยมีนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานในพิธี โรงงานแห่งนี้จะเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวาเพื่อรองรับตลาดในประเทศและส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ภายใต้กลยุทธ์การขยายธุรกิจให้ครอบคลุมทั่วโลกของบีวายดี

ในโอกาสนี้ บีวายดีได้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า BYD DOLPHIN เป็นรถยนต์พลังงานใหม่คันที่แปดล้าน ผลิตที่โรงงานแห่งนี้ ให้กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยนายหวัง ชวนฟู่ ประธานกรรมการและประธานบริษัท บีวายดี กรุ๊ป เป็นประธานพิธีมอบรถแก่ตัวแทนมูลนิธิ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์

โรงงานผลิตรถยนต์บีวายดีแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 948,000 ตารางเมตร ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 16 เดือนนับจากพิธิเปิดหน้าดิน มาพร้อมแนวคิดการลดใช้พลังงานและคาร์บอนต่ำ เครื่องจักรกลอัตโนมัติ กระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์ล้ำสมัย ครอบคลุม 4 ขั้นตอนการผลิตยานยนต์ ได้แก่ การขึ้นรูป การเชื่อม การทำสี และการประกอบ ทั้งหมดนี้ เพื่อการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงและได้มาตรฐานสำหรับตลาดประเทศไทย โรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 150,000 คันต่อปี ได้แก่ บีวายดี ดอลฟิน (BYD DOLPHIN)​, บีวายดี แอตโต้ 3 (BYD ATTO 3)​, บีวายดี ซีล (BYD SEAL)​ และ บีวายดี ซีไลอ้อน 6 (BYD SEALION 6)​ รวมถึงสามารถผลิตชิ้นส่วนสำคัญอย่างแบตเตอรี่และระบบส่งกำลังได้อีกด้วย สำหรับในอนาคต เมื่อโรงงานดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะสร้างงานได้กว่า 10,000 ตำแหน่ง

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเริ่มต้น โรงงานแห่งนี้จะใช้ประกอบรุ่น ดอลฟิน เพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ผลิตเดือนละประมาณ 800 คัน มีพนักงานประมาณ 2 พันคนในส่วนของการผลิตรถยนต์ และอีกประมาณ 1 พันกว่าคน เป็นพนักงานในส่วนของโรงงานผลิตแบตเตอรี่ รวมมีพนักงานประมาณ 3 พันกว่าคน

นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี มาร่วมแสดงความยินดีบีวายดี ในโอกาสเปิดโรงงานแห่งแรกในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ และพิธีส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 8 ล้าน ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตอันดับ 10 ของโลก รัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาจนถึงรัฐบาลนายกฯเศรษฐา สนับสนุนเป้าหมายการลดมลพิษให้ได้ 30% สำหรับบีวายดีเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก ในปี 2566 มียอดจำหน่ายรถยนต์กว่า 3 ล้านคันทั่วโลก และมีส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์ไฟฟ้าถึง 41% ของยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าในไทย การเลือกไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกในอาเซียน บีวายดี ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ 9โครงการ รวมมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท บีวายดีเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่ มาตรการอีวี 3.0 และ3.5 ใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในประเทศไทยในการผลิตรถยนต์ จะเป็นก้าวสำคัญทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการส่งออกไปอาเซียนและประเทศต่างๆ เดินหน้าสู่ประเทศคาร์บอนต่ำตามเป้าหมาย

นายนฤตย์ เทอดสถิรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)​ กล่าวว่า บีวายดีได้สร้างฐานการผลิตแห่งแรกในไทย บีวายดีแจ้งว่าเป็นโรงงานที่ทันสมัยที่สุดของบีวายดีในขณะนี้ ใช้งบลงทุนกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ใช้ไทยเป็นฐานผลิตและส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ไปทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่าไทยเป็นแหล่งการผลิตรถยนต์ทึ่สำคัญของจีน และในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้
ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีการส่งเสริมอีวี มาตรการต่างๆ ประสบความสำเร็จอย่างดี จึงหวังว่าบีวายดีจะขยายการลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทย และจะมีการจัดตั้งรีจินัลเฮดควอเตอร์ (สำนักงานบริษัทแม่ดูแลในภูมิภาค)​ในไทยในโอกาสต่อไป

นายหวัง ชวนฟู่ ประธานกรรมการและประธานบริษัท บีวายดี กรุ๊ป กล่าวว่า บีวายดีได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วหลังจากเข้าสู่ตลาดประเทศไทยได้เพียง 2 ปี ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำด้านยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าติดต่อกันถึง 18 เดือน ในอนาคต บีวายดีวางแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดเพิ่มเติมในประเทศไทย

นายหลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า การเปิดโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งใหม่ของบีวายดีในประเทศไทย เป็นก้าวสำคัญที่ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ที่มีต่อลูกค้าชาวไทย ควบคู่ไปกับการสานต่อเป้าหมายระดับโลก โรงงานแห่งนี้ไม่เพียงจะช่วยให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ผลิตในไทย แต่ยังตอกย้ำถึงการเป็นผู้นำแถวหน้าของโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ ที่สำคัญ เราเชื่อมั่นว่าโรงงานแห่งนี้จะสามารถสร้างโอกาสในการทำงานให้แก่ชาวไทยได้เป็นจำนวนมาก จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะให้กับวงการยานยนต์และพลังงานทดแทนได้อีกด้วย นอกจากนี้ โรงงานบีวายดีประเทศไทยจะช่วยดึงดูดการลงทุนและส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง