นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)หรื พีเอสเอช เปิดเผยว่า ตั้งเป้ายอดขายปี 2560 ไว้ที่ 5.29 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้ว 19% ตั้งเป้ายอดโอน 5.02 หมื่นล้านบาท จากการเปิดโครงการใหม่รวม 72 โครงการ มูลค่ารวม 6.08 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะมียอดรับรู้รายได้ ในปีนี้ 1.34 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีโครงการที่อยู่ระหว่างเปิดขายรวม 174 โครงการ มูลค่า 8.94 หมื่นล้านบาท และสำหรับความคืบหน้าการปรับโครงสร้างกิจการมาเป็นพฤกษาโฮลดิ้งนั้น ธุรกิจแรกที่บริษัทตัดสินใจลงทุนคือธุรกิจโรงพยาบาล เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง มีมูลค่าตลาดรวมในธุรกิจสุขภาพ (เฮลท์แคร์) มากกว่า 6 แสนล้านบาทต่อปี มีอัตราการเติบโตประมาณปีละ 8% เมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หากหักค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะมีมูลค่าประมาณ 3 แสนล้านบาท จึงมองว่าธุรกิจเฮลท์แคร์มีขนาดใหญ่กว่ามาก
นายทองมากล่าวว่า สำหรับธุรกิจโรงพยาบาลนี้จะใช้ชื่อว่า “โรงพยาบาลวิมุตติ” ตั้งอยู่บนถนนสายหลักใจกลางเมือง (ซีบีดี) มีขนาดเตียง 250 เตียง ตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลาง ในส่วนการลงทุนจะเริ่มธุรกิจใหม่ทั้งระบบตามมาตรฐานโรงพยาบาลแบบเจซีไอ (Joint Commission International Accreditation) ซึ่งเป็นมาตรฐานโรงพยาบาลระดับสากลที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้เงินลงทุน 4,500-4,900 ล้านบาท สำหรับความคืบหน้าในขณะนี้คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทเพิ่งจะอนุมัติหลักการลงทุนและอยู่ระหว่างการยื่นขออนุญาตการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 3/2560 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี และคาดว่าธุรกิจนี้จะเริ่มทำกำไรภายใน 2-3 ปี หลังจากเปิดให้บริการในปี 2563
นายทองมากล่าวว่า ส่วนตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลในปีนี้ จะเติบโตได้ประมาณ 5% จากการลงทุนด้านโครงข่ายคมนาคมของภาครัฐ โดยเฉพาะส่วนต่อขยายแนวรถไฟฟ้าที่เริ่มก่อสร้างไปแล้วหลายเส้นทาง ทำให้ยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง และโครงการล่าสุดที่จะเปิดขายคือโครงการเดอะ รีเซิร์ฟ ทองหล่อ มูลค่าโครงการ 1,700 ล้านบาท จำนวน 110 ยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอย 44-120 ตารางเมตร ในราคา 10-30 ล้านบาท
นายทองมากล่าวว่า ผลประกอบการปี 2559 ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 4.4 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 4.8% ทำลายสถิติยอดขายสูงสุดของบริษัทในรอบ 23 ปีนับแต่ก่อตั้งบริษัท เนื่องจากมีการเปิดขายคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น และมีรายได้รวม 4.6 หมื่นล้านบาท จากการเปิดโครงการใหม่รวม 69 โครงการ

