หน้าแรก เศรษฐกิจ สรรพสามิต ชู ...

สรรพสามิต ชู จ. แพร่ ‘มหานครสุราพื้นบ้าน’ นำร่องสินค้ารายชุมชน ชิงตลาดนักดื่ม

7.07.24 | 12:57 น.

สรรพสามิต ชู จ. แพร่ ‘มหานครสุราพื้นบ้าน’ นำร่องสินค้ารายชุมชน ชิงตลาดนักดื่ม

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต ชู จ. แพร่ ‘มหานครสุราพื้นบ้าน’ นำร่องสินค้ารายชุมชน ชิงตลาดนักดื่ม เปิดเผยว่า จากการออกกฎกระทรวงการผลิตสุรา 2565 ที่ปลดล็อคกฎหมายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการของรัฐบาลในการได้ปรับลดอัตราภาษีสุราแช่พื้นเมือง ประเภท อุ กระแช่ สาโท โดยปรับอัตราภาษีตามมูลค่าจากเดิม 10% เป็น 0% เพื่อลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการในการทำธุรกิจ และสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ ได้ส่งผลให้สุราชุมชนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายและขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับกรมสรรพสามิต ต่างก็มีการเติบโตและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด

นายเอกนิติ กล่าวว่า โดยจังหวัดแพร่ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างพื้นที่ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนและมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557-2566) พื้นที่แพร่จัดเก็บภาษีสุราชุมชนเฉลี่ย 443 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นกว่า 30% ของการจัดเก็บภาษีสุราชุมชนทั่วประเทศ จนทำให้มีการเรียกจังหวัดแพร่ ว่าเป็น “มหานครแห่งสุราพื้นบ้าน” สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชนเป็นจำนวนมาก ทั้งยังสร้างงาน สร้างรายได้ และยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้านให้คงอยู่สืบไป

นายเอกนิติ กล่าวว่า ทั้งนี้สรรพสามิตพื้นที่จังหวัดแพร่ ได้ร่วมกับผู้ประกอบการทำบ่อหมักก๊าซชีวภาพ ที่เกิดจากการเก็บกักอุจจาระหมู โดยก๊าซชีวภาพนี้ จะมีการเพื่อใช้เป็นพลังงานในครัวเรือน พลังงานทดแทนในการผลิตสุรา รวมถึงพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ตำบลสะเอียบประสบกับปัญหากระแสไฟฟ้าตกบ่อย ซึ่งการดำเนินการนี้ นอกจากจะช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมแล้ว ยังเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ

Advertisement

“ความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ และกรมสรรพสามิต ส่งเสริมให้สุราชุมชนจังหวัดแพร่เติบโตขึ้นมากอย่างก้าวกระโดด หนึ่งในตัวอย่างวิสาหกิจชุมชนที่เติบโตอย่างมากคือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสุราสักทองแพร่ ต. สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ โดยปัจจุบันมีกลุ่มผลิตสุรานับร้อยกลุ่ม มีผลิตภัณฑ์สุราชุมชนหลากหลาย ซึ่งใช้วัตถุดิบข้าวเหนียวจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและน้ำจากหล่มด้ง อุทยานแห่งชาติแม่ยม ซึ่งเป็นที่มาว่า แอ่งน้ำแห่งนี้รายล้อมด้วยความเขียวขจีของพันธ์ไม้ต่างๆ ทำให้อุณหภูมิของน้ำที่นี่มีมีผลทำให้สุรามีรสชาติอร่อย”นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า ด้วยโมเดลของจังหวัดแพร่“มหานครแห่งสุราพื้นบ้าน” กรมสรรพสามิตจึงอยู่ระหว่างการดำเนินโครงการ “1 ชุมชน 1 สรรพสามิตแชมเปี้ยน” เพื่อประกวดความร่วมมือของสรรพสามิตพื้นที่ และผู้ประกอบการ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนด้วยภาษีสรรพสามิต ยกระดับคุณภาพชีวิต รวมทั้ง สรรพสามิตจะมีการผนึกกำลังกับภาคีเครือข่าย สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและผู้ประกอบการ ในด้านการเข้าถึงแหล่งทุน แหล่งความรู้ ด้านการตลาด พลังงาน สิ่งแวดล้อม คุณภาพสินค้า และการผลิต รวมถึงส่งเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขัน และลดการใช้คาร์บอน

นายเอกนิติ กล่าวว่า นอกจากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนที่กรมสรรพสามิตให้ความสำคัญแล้ว กรมฯ ยังให้ความสำคัญกับการเข้าสู่ระบบของผู้ประกอบการ เพราะสินค้าปลอม หรือไม่ได้มาตรฐาน จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค และที่สำคัญ