การแพร่ระบาดของโควิด-19 สร้างความเสียหายอย่างมากมายต่อมวลมนุษยชาติของโลก รวมทั้งไทย ทั้งชีวิต สุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ
สำหรับประเทศไทย แม้ปัจจุบันจะเริ่มฟื้นตัวแล้ว แต่ยังมีหลายภาคส่วนต้องเจอกับพิษตกค้าง โดยเฉพาะภาคการเกษตรในชนบท ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ
กลุ่ม ปตท.ได้จัดตั้งโครงการ ชุมชนยิ้มได้ เพื่อเป็นอีกพลังในการช่วยเหลือชุมชนและเกษตรกร ไม่เพียงให้อยู่รอดเฉพาะหน้า แต่ต้องต่อเนื่องยั่งยืน โดยนำเอาองค์ความรู้ต่างๆ เข้าไปช่วยพัฒนาทั้งด้านการผลิต การประชาสัมพันธ์ และการตลาด เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ที่จะพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
มีการพัฒนาแพลตฟอร์ม www.ชุมชนยิ้มได้.com ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด
เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่าย และกว้างขวาง ซึ่งยังคงเปิดช่องทางจําหน่ายต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
โดยคัดสรรสินค้าคุณภาพที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลจากชุมชนเครือข่ายของ ปตท. ทั่วประเทศ และเชื่อมโยงให้ผู้ผลิตสินค้าชุมชนได้พบกับผู้บริโภค ตามแนวคิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)
ส่วนการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้กับชุมชนนั้น จำเป็นต้องกระตุ้นให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อรับไม้ต่อ
โดยปี 2566 มีการจัด โครงการ “Young Influencer Challenge Thailand 2023 : ชวน U สร้างรอยยิ้ม” เปิดพื้นที่ให้เยาวชนโชว์ไอเดียความคิดสร้างสรรค์ แข่งขันจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนใน “โครงการชุมชนยิ้มได้ โดย กลุ่ม ปตท.” ผ่าน 30 ทีมเยาวชนจาก 10 มหาวิทยาลัย เพื่อช่วยสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น โดยเฟ้นหาทีมสุดยอดนักขายผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ่าน www.ชุมชนยิ้มได้.com
มาปีนี้ เปิดโอกาสอีกครั้งสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในการพัฒนาสินค้าชุมชน โดยจัด ประกวด Spark the Local 2024 by PTT ปั้นให้ปัง จุดพลังให้สินค้าชุมชน ชิงเงินรางวัล รวม 240,000 บาท
กับโจทย์การสร้างแผนพัฒนาสินค้าและการตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน ประเภท อาหารแปรรูป ภายใต้แนวคิด ปรับปรุง แปลงโฉม ปั้นแบรนด์, ปรับและปรุง ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปของไทย ให้ถูกใจ และถูกปากลูกค้าได้มากขึ้น, แปลง โฉมสินค้า ให้บรรจุภัณฑ์ทันสมัย เพิ่มมูลค่าในราคาเหมาะสม และ ปั้น แบรนด์ให้ปัง เล่าเรื่องราวสะท้อนเอกลักษณ์ชุมชนและความโดดเด่นของสินค้าให้เป็นที่จดจํา
ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ในชุมชนได้ใช้ศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนา ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์/สินค้าชุมชน
ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสในการสร้างฐานลูกค้าและผู้บริโภคกลุ่มใหม่ และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผลิตภัณฑ์/สินค้าชุมชน
โจทย์การประกวด ผู้เข้าแข่งขันต้องสร้างแผนพัฒนาสินค้าและการตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน ประเภท อาหารแปรรูป ภายใต้แนวคิด ปรับปรุง แปลงโฉม ปั้นแบรนด์
สำหรับการส่งผลงานเข้าประกวด ต้องใช้ผลิตภัณฑ์/สินค้าชุมชน ประเภทอาหารแปรรูป ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานรับรอง และชุมชนเจ้าของผลิตภัณฑ์/สินค้าชุมชนต้องมีความสนใจในการพัฒนาสินค้า
ผู้สมัคร ต้องมีอายุระหว่าง 18-40 ปี สมาชิกในทีมไม่เกิน 5 คน โดยผู้สมัครต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์/สินค้าชุมชนที่เลือก หรือได้รับการยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์/สินค้าชุมชนนั้นในการส่งประกวด และต้องสามารถระบุแหล่งที่มาได้ชัดเจน โดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม-9 กันยายน 2567
สำหรับการคัดเลือกผลงานรอบที่ 1 ผู้สมัครต้องส่งแผนพัฒนาสินค้าและการตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน ประเภท อาหารแปรรูป ภายใต้แนวคิด ปรับปรุง แปลงโฉม ปั้นแบรนด์ โดยใส่รายละเอียดให้ครบถ้วนลงในแบบฟอร์ม ที่กําหนดไว้ คณะกรรมการจะคัดเลือกผลงานที่ส่งเข้าประกวด 15 ผลงาน เพื่อผ่านเข้าสู่รอบ Audition จะประกาศรายชื่อ 15 ทีม ในวันที่ 13 กันยายน 2567
ส่วนการคัดเลือกผลงานรอบ Audition โดย 15 ทีมที่เข้ารอบต้องนําเสนอผลงานกับคณะกรรมการในวันที่ 18 กันยายน 2567 แต่ละทีมจะมีเวลาในการนําเสนอ 10 นาที และเปิดโอกาสให้คณะกรรมการซักถาม 5 นาที จากนั้นจะประกาศรายชื่อ 5 ทีม ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในวันที่ 20 กันยายน 2567
โดย 5 ทีม ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จะได้เข้าพบที่ปรึกษาพัฒนาผลงาน ในวันที่ 25 กันยายน 2567 เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยน รับคําแนะนํา สําหรับนําไปปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์/สินค้าชุมชนตามที่ได้นําเสนอ ให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งแต่ละทีมจะมีเวลาเข้าพบคณะกรรมการไม่เกิน 60 นาที
หลังจากได้รับคําแนะนําจากที่ปรึกษาพัฒนาผลงานแล้ว ทั้ง 5 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ต้องปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์/สินค้าชุมชน ให้เห็นภาพชัดเจนทั้งก่อนและหลัง รวมถึงออกแบบแผนการตลาดที่สามารถใช้ได้จริง เพื่อนําเสนอและวางจําหน่ายจริงในรอบสุดท้าย โดย ปตท.จะมีงบประมาณในการพัฒนาผลิตภัณฑ์/สินค้าชุมชนต้นแบบ และเตรียมการต่างๆ ทีมละไม่เกิน 20,000 บาท
การตัดสินผลงานรอบสุดท้าย 5 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ สมาชิกในทีมทุกคนต้องมานําเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการที่งาน ร้านเด็ดแฟร์ ระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2567 โดยแต่ละทีมจะได้รับการจัดสรรพื้นที่บูธสําหรับจําหน่ายและจัดแสดงสินค้า 1 บูธ แต่ละทีมจะมีเวลาในการนําเสนอผลงาน 15 นาที และเปิดโอกาสให้คณะกรรมการซักถาม 10 นาที
สำหรับเกณฑ์การตัดสินรอบสุดท้าย จะมีทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เกี่ยวกับคุณภาพของสินค้า คุณภาพของวัตถุดิบ กระบวนการแปรรูป และมาตรฐานรับรอง ด้านเอกลักษณ์ ความโดดเด่นและแตกต่างของสินค้า ด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ความสวยงามและความคิดสร้างสรรค์ ความสะดวกในการใช้งาน ด้านการตลาด ที่สามารถระบุกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เอกลักษณ์ของแบรนด์สวยงามและเป็นที่จดจํา
รวมทั้งยังมีการพิจารณาด้านความยั่งยืน ที่คํานึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อชุมชน รวมทั้งด้านเศรษฐกิจ ถึงผลประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับจากการพัฒนาสินค้าและด้านสังคม ซึ่งเป็นการทํางานอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชน การสะท้อนเอกลักษณ์ อนุรักษ์ วัฒนธรรม
รางวัลชนะเลิศ : เงินรางวัล 100,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 : เงินรางวัล 70,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 : เงินรางวัล 50,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 3 และ 4 : เงินรางวัล 10,000 บาท โดยทุกรางวัลจะได้พร้อมเกียรติบัตร
เป็นอีกโครงการที่จะกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ได้โชว์ไอเดียเจ๋งๆ ช่วยยกระดับพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนต่างๆ ให้ปังยิ่งขึ้น

