หน้าแรก เศรษฐกิจ บวท. ลุยเส้นท...

บวท. ลุยเส้นทางบินคู่ขนาน ‘ไทย-ลาว-จีน’ แก้คอขวด-รองรับนทท.จีน เริ่มปี 69

8.07.24 | 12:00 น.

วิทยุการบินฯ ร่วมจัดทำเส้นทางบินคู่ขนาน LPB – ELASU เชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่าง ‘ไทย-ลาว-จีน’ เน้นรองรับเที่ยวบินจากจีนได้มากขี้น คาดแล้วเสร็จภายในปี 2569

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากแนวนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่มุ่งเน้นให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค โดยได้กำชับ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด หรือ บวท. ให้ดำเนินแผนงานปรับปรุงเส้นทางบินสำหรับทุกทิศทางการบินเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน โดยเส้นทางบินที่จัดทำใหม่เป็นเส้นทางบินคู่ขนาน ซึ่งอาศัยเทคโนโลยี Performance Based Navigation (PBN) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการจราจรทางอากาศ และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน ช่วยลดระยะทางการบิน ซึ่งจะเป็นการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย

“เมืองเฉิงตู ถือเป็นอีกหนี่งจุดหมายปลายทาง ที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ประชากรชาวเฉิงตูเป็นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพด้านการใช้จ่าย และให้ความสนใจมาท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้น เป็นการขยายตลาดการบินที่คุ้มค่าแก่การลงทุน และคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสู่ประเทศไทยอย่างมหาศาล” นายสุรพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ เที่ยวบินไทย-จีน มีสัดส่วนที่สูงสุด คือ 20% ของปริมาณเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมด โดยนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566-พฤษภาคม 2567 เป็นระยะเวลา 8 เดือน มีปริมาณเที่ยวบิน ไทย-จีน รวม 55,433 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 213% และคาดการณ์ว่าตลอดทั้งปี 2567 จะมีปริมาณเที่ยวบินไทย-จีน รวม 86,150 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นทั้งปี 126%

Advertisement

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า บวท. ได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบบริการการเดินอากาศ และเพิ่มศักยภาพให้สามารถรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น รวมถึงบริหารห้วงอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ โดย บวท.ได้ดำเนินโครงการความร่วมมือกับจีนและลาว ในการสร้างเส้นทางบินใหม่แบบคู่ขนาน (Parallel Route) เพื่อแก้ไขปัญหาเส้นทางการบินเข้า-ออกระหว่างประเทศไทยกับจีน ซึ่งมีปัญหาคอขวดเกิดขึ้นบริเวณประเทศลาวที่จะเข้ามายังประเทศไทย

นายพิเชฐกล่าวต่อว่า บวท. จึงเข้าหารือกับทางจีนและลาว เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือถึงแนวการการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำเส้นทางบินคู่ขนาน ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อบริหารจัดการจราจรทางอากาศ ที่จะไปยังสนามบินหลัก คือ

  1. ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย หรือ สนามบินเชียงราย
  2. ท่าอากาศยานเชียงใหม่ หรือ สนามบินเชียงใหม่

รวมทั้งเส้นทางบินแยกย่อยไปยังสนามบินต่าง ๆ ในภาคเหนือ รวมถึงการเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ เพื่อรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศจากประเทศจีน ซึ่งจะทำให้สามารถเชื่อมโยงไปยังเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของจีน เช่น เฉิงตู เทียนฟู่ คุนหมิง กุ้ยหยาง ฉงชิ่ง และซีอาน

นายพิเชฐยังกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าหลังจาก บวท. เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม The First Airspace Management Cooperation Meeting เมื่อวันที่ 24-25 มิถุนายนที่ผ่านมา หน่วยงานการบินของจีนได้นำเสนอหลักการสร้างเส้นทางบินคู่ขนาน เส้นทางบิน LPB – ELASU (จีน-ลาว) โดยมีข้อเสนอแนวทางการสร้างเส้นทางบินใหม่ และเส้นทางบินแบบ Conditional Route ภายในเขตแถลงข่าวการบินของจีน รวม 2 เส้นทางบิน

“บวท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เห็นชอบในหลักการสร้างเส้นทางบินคู่ขนาน และได้ร่วมกันจัดทำแผนดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศในทุกทิศทาง เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ห้วงอากาศร่วมกัน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ และเป็นหนึ่งในการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป” นายพิเชฐกล่าว