นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ ศูนย์ซี อาเซียน นำนักธุรกิจไทยไปพบปะและหารือเพิ่มการค้า การลงทุนกับนักธุรกิจเมืองใหม่ในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยนำร่องที่คลัสเตอร์หมวดการก่อสร้าง ตามความต้องการและพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรมต่าง ๆ จำนวนมากของกลุ่มซีแอลเอ็มวี
ทั้งนี้ การสร้างเครือข่ายจะเน้นลักษณะพี่ช่วยน้อง โดยให้ผู้ประกอบการรายใหญ่แนะนำให้ความรู้กับกลุ่มเอสเอ็มอีรายใหม่ สามารถเข้าไปลงทุนในเมืองใหม่หรือหัวเมืองรอง อาทิ เสียมราฐ ของกัมพูชา จำปาสัก ของลาว มัณฑะเลย์ ของพม่า และไฮฟอง ของเวียดนาม
“ อย่างเสียมราฐ ดาวเด่นคืออุตสาหกรรมบริการ อาหาร วัสดุก่อสร้าง การผลิตและการท่องเที่ยว ขณะที่จำปาสัก ถือเป็นสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ จุดเชื่อมต่อของไทย-ลาว-กัมพูชา เมืองมัณฑะเลย์ เป็นสี่แยกการค้า ด้านการลงทุน อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภคเติบโตก้าวกระโดด และไฮฟอง เป็นเมืองโลจิสติกส์ เป็นจุดเชื่อมต่อการกระจายสินค้าสู่จีน “
ทั้งนี้ ตามข้อมูลกลุ่มซีแอลเอ็มวี มีการค้าปีละ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยได้ดุลการค้าปีละ 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เฉพาะธุรกิจการก่อสร้าง มีมูลค่าถึง 32,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่อง หลังจากนี้จะเพิ่มธุรกิจอื่น เช่น อาหาร การท่องเที่ยว การค้า
นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ซีแอลเอ็มวี เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และมีโอกาสเติบโตได้อีกมากกว่า ตลาดอาเซียน ส่วนหนึ่งเพราะเป็นประตูที่จะนำสินค้าผ่านไปยังกลุ่มประเทศที่ 3 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ มีโครงการหลาย ๆ อย่างเพื่อช่วยเหลืออยู่แล้ว ในรูปแบบประชารัฐ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปศึกษาตลาด หาพันธมิตร ต่อยอดธุรกิจ สร้างเครือข่ายทางการค้าร่วมกัน

