หน้าแรก เศรษฐกิจ ถก อนุกรรมการ...

ถก อนุกรรมการเงินดิจิทัล พรุ่งนี้ จ่อเคาะ สินค้าอะไรซื้อไม่ได้

9.07.24 | 15:37 น.

เผ่าภูมิ เผยถกอนุกรรมการเงินดิจิทัล 10 ก.ค. สรุปครบจบทุกเรื่อง

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า พรุ่งนี้ (10 กรกฎาคม) จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดิจิทัล วอลเล็ต ในทุกประเด็นเพื่อสรุปรายละเอียดทั้งหมดครบถ้วน รวมทั้งในเรื่องการทบทวนรายการสินค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ หรือ Negative List แล้วจะนำเรียนเข้าที่ประชุมบอร์ดดิจิทัลชุดใหญ่ ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 ซึ่งมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติในวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 ต่อไป

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ขณะที่การแถลงรายละเอียดดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ นายเศรษฐา จะแถลงประกาศไทม์ไลน์การยืนยันตัวตน การลงทะเบียนประชาชน และการรับสิทธิเงิน 10,000 บาท แอพพลิเคชั่นที่ใช้ ขั้นตอนการลงทะเบียน รายละเอียดแอพพลิเคชั่น สิ่งที่ประชาชนจะต้องเตรียมการว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ยืนยันว่า เม็ดเงินที่จะถึงมือประชาชน คือ ไตรมาส 4 ของปี 2567 นี้

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองว่าการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นนั้น มองว่าปัจจุบันเงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย ซึ่งเงินเฟ้อขณะนี้ตกกรอบมากว่า 1 ปีแล้ว แน่นอนว่า ไม่มีประเทศใดในโลกยอมให้เงินเฟ้อตกกรอบในระยะเวลานานขนาดนี้ ซึ่งระยะเวลา 3-4 เดือน ก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องเร่งเข้าไปดูแลแล้ว

“เงินเฟ้อต่ำกว่ากรอบเป็นเวลานาน หมายความว่า ไม่มีการจับจ่ายใช้สอย ประชาชนไม่ซื้อสินค้า ราคาสินค้าจึงไม่ขยับเพิ่มขึ้น ซึ่งแปลว่า สภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจน้อย โดยสภาวะเช่นนี้จะต้องเร่งแก้ไข ทั้งนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งรวมมาตรการกระตุ้นจากการคลังแล้วเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.5% ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.6% แต่หากเรานิ่งเฉยในเรื่องนี้ ปัจจุบันเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 0.2-0.3%” นายเผ่าภูมิ กล่าว

Advertisement

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ธนาคารโลก (World Bank) ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทย เหลือโต 2.4% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทยอยู่ที่ 2.5% นั้น มองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เชื่อมโยงกันในมิติของตัวเลข แต่เชื่อมโยงกันในมิติความสัมพันธ์เรื่องการบริหารเศรษฐกิจ ขณะที่ตัวเลข 2.4% ที่ธนาคารโลกปรับประมาณการลงมานั้น ใกล้เคียงกับหลายสำนักงานเศรษฐกิจที่ได้ปรับประมาณการไว้ล่วงหน้า

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กระทรวงการคลัง วางเป้าหมายไว้ให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ เติบโตได้ 3% นั้น ก็จะมีหลายมิติที่ต้องดูแล เช่น การท่องเที่ยว ต้องเพิ่มทั้งจำนวนนักท่องเที่ยว และรายจ่ายต่อหัว รวมทั้งการท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งกระทรวงการคลังได้ออกมาตรการทางภาษีมากระตุ้นเพิ่มเติม และจะมีมาตรการอื่นๆ ทยอยออกมาดูแลเศรษฐกิจเพิ่มเติมด้วย เช่น การค้ำประกันสินเชื่อ เป็นต้น