หน้าแรก เศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่หมอน...

ไม่ใช่แค่หมอนทอง! จีน ปลูกก้านยาวสำเร็จแล้ว กิโลกรัมละ 1,000 เปิดรสชาติ สู้ไทยได้ไหม๊?

10.07.24 | 22:37 น.

ไม่ใช่แค่หมอนทอง! จีน ปลูกก้านยาวสำเร็จแล้ว กิโลกรัมละ 1,000 เปิดรสชาติ สู้ไทยได้ไหม๊?

เดอะ สเตรท ไทมส์ รายงานว่า จางหมิงหมิง วัย 35 ปี เตรียมที่จะเก็บเกี่ยวทุเรียนราว 1,000 ลูก จากสวนของเขาในเปาถิง ของไห่หนาน หรือ เกาะไหหลำ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้เมืองร้อน

เขาปลูกทุเรียนพันธุ์ก้านยาวไทย ที่มีราคาอยู่ที่ 200 หยวน หรือราว 1,000 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งหากการเก็บเกี่ยวเป็นไปได้ด้วยดี จางหมิงหมิง จะรวยขึ้นประมาณ 700,000 หยวน เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลทุเรียนในเดือนกันยายน

และจะยิ่งไปกว่านี้ หากทุเรียนมูซันคิง และ หนามดำของทุเรียนเริ่มออกผลใน 2 ปี ข้างหน้า โดยจางหมิงหมิง บอกว่า พันธุ์เหล่านี้ จะขายได้สูงถึง 2,000 หยวนด้วยซ้ำ

ทั้งนี้ มณฑลไหหลำ ทางตอนใต้ของจีน เกษตรกรอย่าง จางหมิงหมิง กำลังผลักดันให้สามารถปลูกทุเรียนได้มากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้มีถิ่นกำเนิดที่จีน เพื่อเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สร้างรายได้ ด้วยผู้บริโภคชาวจีนชื่นชอบผลไม้ชนิดนี้ นำเข้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 1.4 ล้านตันต่อปีในปี 2566 เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 70 เมื่อเทียบเป็นรายปี

Advertisement

ในขณะที่ปี 2567 ถือเป็นปีที่ 2 ที่ทุเรียนที่ปลูกในจีนให้ผลผลิตและจำหน่ายในประเทศ ตั้งแต่หมอนทอง ไปจนถึงมูซันคิง มีเพียงชาวจีนไม่กี่คนที่ได้ลิ้มลองทุเรียนเหล่านี้ เนื่องจากผลผลิตที่น้อยและราคาที่สูง ทำให้ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึง

อย่างไรก็ตาม จีนได้เริ่มปลูกทุเรียนต้นแรกตั้งแต่ปี 2501 แล้ว แต่กลับไม่เกิดผล ก่อนที่ปี 2561 จะเริ่มมีการปลูกทุเรียนเพื่อการพาณิชย์อย่างจริงจัง ส่วนใหญ่ปลูกในไหหลำ และมีคนปลูกกระจัดกระจายในภูมิภาคกว่างสี และ กวางตุ้น ทางตอนใต้ของจีน เช่นเดียวกับ ยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

straitstimes

เฟิง เซวเจีย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร ระบุว่า การเก็บเกี่ยวทุเรียนครั้งใหญ่ครั้งแรกของประเทศ มีจำนวน 50 ตันในปี 2566 และคาดว่าปี 2567 จะมีผลผลิตถึง 200 ตัน อย่างไรก็ตาม ผลผลิตยังมีน้อยมาก เนื่องจากผลไม้เหล่านี้ เติบโตได้ไม่นานพอ ต้องใช้เวลาอีก 6-7 ปี ผลผลิตถึงจะเริ่มเจริญรุ่งเรือง ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ปลูกไม่เพียงแต่คำนึงถึงปริมาณการผลิต และยังรวมถึงคุณภาพด้วย ซึ่งมัน “ไม่ค่อยแน่นอน”

จางหมิงหมิง กล่าวว่า ในเดือนพฤษภาคม ตนปลูกทุเรียนมากกว่า 3,000 ต้น แต่หลังจากฝนตกหนัก ทุเรียนก็เสียหายและเหลือเพียงแค่ 1,000 ต้นเท่านั้น

“รสชาติทุเรียนของไหหลำมีความหลากหลายมาก ของอร่อยก็มี แต่มันมีน้อย ส่วนใหญ่รสชาติไม่ค่อยอร่อย”

เขายังกล่าวว่า จำได้ว่าพืชผลแรกของปี 2566 นั้น “ไม่มีรสชาติเลย” มีการปรับสูตรปุ๋ยก่อนที่รสชาติทุเรียนจะดีขึ้นมากในปีต่อไป และเขายังบอกว่า เขาเรียนรู้การค้าขายของเพื่อนที่เป็นชาวสวนในมาเลเซีย ที่ปรึกษากันผ่านวีแชท

ทั้งนี้ ทุเรียนจากไหหลำ คิดเป็นเพียง 0.014% ของทุเรียนนำเข้า บางส่วนขายในราคาระหว่าง 120-140 หยวนต่อกิโลกรัม บางคนก็ขายอยู่ที่ 200 หยวน ราคาอาจจะลดลงในอีก 2-3 ปีนี้ หากผลผลิตจากไหหลำออกสู่ตลาดมากขึ้น

แฟ้มภาพ ทุเรียนปลูกในจีน (ซินหัว ไทย)

ที่ร้าน Hainan Quality Goods And Local Specialties ในตลาดขายส่งซินฟาตี ในกรุงปักกิ่ง ที่ขายทุเรียนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ยังไม่มีทุเรียนของไหหลำเข้ามาวางขาย

อ้ายตง พนักงานร้านดังกล่าวระบุว่า มันแพงเกินไป ขายไม่ได้ ราคาอยู่ที่ครึ่งกิโลกรัม 60 หยวน ขณะที่ทุเรียนจากไทยอยู่ที่ 20-30 หยวน

หลี่ พานต้า คนรักทุเรียน กล่าวว่า เขาภูมิใจที่จีนสามารถปลูกทุเรียนของตัวเองได้ เขาและภรรยาไปตลาดขายส่งทุกสัปดาห์หรือทุก 2 สัปดาห์ เพื่อซื้อผลไม้ แต่ก็คาดหวังที่จะมีราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น ราคาถูกกว่าทุเรียนนำเข้า ในอีกหลายปีข้างหน้า

“เมื่อคนจีนปลูกสิ่งของ พวกเขาลดต้นทุน” ชายวัย 40 ปี ที่ทำงานในอุตสาหกรรมผลิตกว่า

ในขณะที่ กำลังการผลิตทุเรียนของจีน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีการปลูกและเจริญเติบโตของทุเรียนมากขึ้น เฟิง เซวเจีย บอกว่า ทุเรียนที่ปลูกในจีน ไม่สามารถพัฒนาให้มีขนาดใหญ่มากได้ เนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้ที่ละเอียดอ่อน และต้องการดิน และ สภาพอากาศที่เฉพาะเจาะจงที่จะเจริญเติบโต

“มีเพียงไม่กี่แห่งในจีน ที่สามารถปลูกได้ เราถูกจำกัดด้วยที่ดินที่มีอยู่” นายเฟิงกล่าว ขณะที่ จางหมิงหมิงเสริมว่า แม้แต่ไหหลำ ก็สามารถเติบโตได้ทางตอนใต้ของเกาะเท่านั้น

แฟ้มภาพ ทุเรียนหมอนทองปลูกในจีน ทุเรียนหมอนทอง / ภาพจาก CP Network

นายเฟิง ตั้งข้อสังเกตว่า ดูจากที่คนจีนอยากจะกินผลไม้อย่างทุเรียนแล้ว การปลูกทุเรียนได้ในจีน ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อยอดขายทุเรียน ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุเรียนในจีนก็มีหน้าที่เสริมการนำเข้า

ในปี 2566 จีนนำเข้าทุเรียนจากไทย 929,000 ตัน จากเวียดนาม 493,000 ตัน และ จากฟิลิปปินส์ 3,763 ตัน มีมูลค่ากว่า 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การนำเข้าทุเรียนสดของมาเลเซียจะเริ่มเร็วๆนี้ หลังจากลงนามข้อตกลงทวิภาคีเมื่อ หลี่ เฉียง เยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์ ในเดือนมิถุนายน มาเลเซียจะสามารถส่งออกทุเารียนทั้งแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์แปรรุปไปยังจีนได้

นายเฟิง กล่าวอีกว่า เราไม่สามารถแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านปริมาณได้ ค่าที่ดินและค่าแรงก็สูงขึ้นเช่นกันในจีน เป้าหมายจึงต้องเป็นทุเรียนที่คุณภาพสูงและพรีเมียม