หน้าแรก เศรษฐกิจ กรมประมงเผย5ม...

กรมประมงเผย5มาตรการกำจัดปลาหมอคางดำ ยินดีตรวจ DNA หากเอกชนส่งมา

11.07.24 | 12:57 น.

กรมประมง ชี้ ไม่ได้เก็บซากปลาหมอคางดำ ยินดีตรวจ DNA หากเอกชนส่งมา


เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากกรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในประเทศไทยอย่างรุนแรงเป็นวงกว้าง จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบทั้งเชิงเศรษฐกิจของภาคการประมงและในเชิงความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศแหล่งน้ำจืดและ น้ำกร่อย นั้นทางกรมประมงได้ เตรียม 5 มาตรการป้องกันและการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตามที่ได้รับสั่งการจาก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้

1) การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการระบาด

Advertisement

2) การปล่อยปลาผู้ล่า เช่น ปลากะพงขาว และปลาอีกง เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ

3) การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ เช่น ทำปลาป่น แปรรูปเป็นหลายเมนู

4) การสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติตามพื้นที่กันชนต่าง ๆ

และ 5) การประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำให้กับทุกภาคส่วน ซึ่งได้ส่งไปยังทุกจังหวัดที่มีการพบปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ

นายบัญชา กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมประมงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการทั้ง 13 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของพันธุ์ปลาชนิดดังกล่าว และแต่ละคณะจะมีการจัดเตรียมแผนมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขของแต่ละจังหวัด โดยจะมีการประชุมหารือและหาข้อสรุปแบบแผนดำเนินการที่ชัดเจนก่อนจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 นี้

อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ตามหลักความเป็นจริง ปลาหมอคางดำ สามารถนำมาทำประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น การนำมาทำปลาป่นทำสำหรับอาหาร สัตว์ ทำปลาส้ม น้ำปลา ขอยืนยันว่า สามารถรับประทานได้ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เนื่องจากเป็นปลาตระกูลเดียวกับปลานิล เพียงแต่ ที่ต้องปราบกับอย่างจริงจัง เนื่องจากมีการสืบพันธุ์และออกลูกที่ค่อนข้างเร็วกว่าปลาชนิดอื่นและแพร่กระจายไปทำลายระบบนิเวศ ดังนั้นการนำปลาเหล่านี้มาแปรรูปไปในรูปแบบสินค้าสำหรับการบริโภคก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ควรดำเนินการ

นายบัญชา กล่าวว่า สำหรับขอเรียกร้องให้มีการตรวจ DNA ซากปลาที่จากเอกชนได้ทำลายไปนั้น ทางกรมประมง พร้อมยินดีที่จะตรวจสอบ DNA อย่างละเอียด หากทางเอกชนที่ทำการวิจัยส่งตัวหลักฐานชิ้นส่วนตัวอย่างของปลาที่อยู่ในขวดโหลมาให้กับทางกรมประมงได้ตรวจสอบโดยมองว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงร่วมกัน และขอยืนยันว่าปัจจุบันทางกรมประมงไม่ได้มีเก็บชิ้นส่วนซากที่ถูกทำลายไปเมื่อปี 2553 เนื่องจากเวลาผ่านไป 10 กว่าปีแล้ว และทางหน่วยงานที่ดูแลไม่ได้มีเก็บชิ้นซากตรงนี้ไว้